ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะจบปีนี้ไปด้วยคำว่า สวัสดีปีใหม่ เพราะหลายๆ ปีที่ผ่านมา..ไม่มีคำนี้ปรากฎอยู่ในประเทศไทย..นอกจากการทักทายกันตามมารยาท..ไม่มีใครมีความสุขทั้งทางร่างกายและจิตใจ
การเมืองมันจะแช่แข็งได้อย่างไร...หากว่าในแผ่นดินที่มันจะแช่แข็งนั้น..มันเต็มไปด้วยความขัดแย้งที่ร้อนแรงประดุจไฟ..
ยิ่งดิ้น ก็ยิ่งจมลึก ในบางพื้นที่..จะมีหลุมโคลนดูด..ว่ากันว่า สารพัดสัตว์หากว่าตกลงไปในหลุมโคลนดูดแล้ว..จะจมหายไปในบ่อโคลนอย่างช้าๆ จนมิดหัวโคลนท่วมจมูกท่วมปาก..และเสียชีวิต
น่าเสียดายโอกาสของประเทศไทยที่กำลังได้ลมแห่งความเปลี่ยนแปลงในเอเชียใต้หนุนใต้ปีก..และได้แรงส่งจากวิกฤติการในทวีปยุโรป..พร้อมกับแรงยกจากความอ่อนแอทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา..
ก็เป็นความตื่นเต้นอีกครั้งหนึ่งของประชาชนคนไทย..เมื่อผู้มั่งคั่งและอิ่มสุขทั้งหลาย..จะเผชิญหน้ากันอีกครั้ง..เพื่อทำสงคราม..ชิงอำนาจ
ถ้าการเมืองไทย..เป็นเช่นการเมืองมะริกัน..คือเล่นกันครั้งเดียว..เล่นกันในการเลือกตั้งใหญ่..แพ้ชนะเป็นอันว่าต่างต้องยอมรับต่อกัน
ก็โล่งอกกันได้แล้ว..สำหรับแกนนำการชุมนุมใหญ่จะให้ได้ 1 ล้านคนมา..ขับไล่ไสส่งรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร..
ใครอยากจะแช่แข็งประเทศไทย..จะต้องมองย้อนกลับไปให้ดีๆ ว่า..แต่ละครั้งของแต่ละเหตุการณ์นั้น..มันจบลงแบบไหนอย่างไร.. ต้องไม่ลืมว่า..
ถ้าจะ..เปลี่ยนรัฐบาลกันด้วย “ม็อบ” ก็แบ่งแผ่นดินกันไปเลยจะดีกว่า..เพราะอย่างน้อยประชาชนสองฝ่ายจะไม่ต้องไล่ล่าเข่นฆ่ากัน..เพราะจิตแปรปรวนวิปริตของประดาแกนนำหลากหลาย
ไม่มีอะไรน่าวิตก..นอกจากวิตกกันไปเอง