เตรียมรับน้องใหม่ ‘กริพเพน’ เขี้ยวเล็บทัพฟ้า
6 เดือนจากนี้ไป จะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและน่าจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์การบินของลูกทัพฟ้าเมื่อจะได้ต้อนรับการเข้าประจำการของเครื่องรุ่นใหม่ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน นั่นก็คือ Gripen 39 C/D สัญชาติสวีเดน ที่จะประจำการในกองบิน 7 สุราษฎร์ธานีตามกำหนดการจะมีการส่งมอบเครื่องบินกริพเพน 3 ลำ จากทั้งหมด 6 ลำ ที่กองทัพอากาศจัดซื้อเข้ามาประจำการ ส่วน 3 ลำที่เหลือจะมีการส่งมอบในเดือน มี.ค.นอกจากนี้ กองทัพอากาศจะได้รับมอบเครื่องบิน Saab 340 B จำนวน 1 ลำ และเครื่องบิน Saab 340 AEW จำนวน 1 ลำโดยจะทำการส่งมอบ ณ ประเทศสวีเดนในช่วงปลายปี พ.ศ.2553 และนักบินของกองทัพอากาศจะเป็นผู้ทำการบินเครื่องบินทั้ง 2 ลำกลับประเทศไทยโดยกองทัพอากาศจะได้รับการสนับสนุนนักบินที่มีประสบการณ์จากกองทัพอากาศสวีเดน ในการบินนำเครื่องทั้ง 2 ลำกลับสู่ประเทศไทย โดยคาดว่าจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ขณะเดียวกันกองทัพอากาศได้วางแผนเพื่อรองรับการเข้าประจำการของ “กริพเพน”มาเป็นระยะ ทั้งการฝึกอบรมนักบิน การเตรียมอาคารสถานที่ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเข้าประจำการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าแม้ว่าฝูงบินกริพเพนที่เข้าประจำการในกองบิน 7 จะยังไม่ครบฝูง คือ 12 ลำเนื่องจากประสบปัญหาด้านงบประมาณทำให้ ทอ. ต้องชะลอโปรเจกต์ขอซื้อเพิ่มอีก 6 ลำไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้กองทัพอากาศได้มีแนวความคิดที่จะปรับปรุงเครื่องบินรุ่นเก๋า อย่าง F-5 B/E ที่ยังคงพอใช้งานได้ โดยการโมดิฟายด์เครื่องใหม่เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานต่อไปอีกเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็นถึงเขี้ยวเล็บของทัพฟ้า ที่ต้องแบกรับภาระปกป้องน่านฟ้าไทยแม้จะขาดงบแต่ยังคงต้องเดินหน้ารักษาผล
ประโยชน์ทางทะเลกับประเทศให้ได้“เราจำเป็นต้องปรับการปฏิบัติภารกิจบางอย่างเพราะเครื่องบินกริพเพนที่เข้าประจำการทั้ง6 ลำ ใช่ว่าจะขึ้นบินพร้อมกันทั้งหมดเลยตามภารกิจแล้วต้องมี 1 หรือ 2 ลำ ที่ต้องประจำการเป็นเครื่องสำรอง ฉะนั้น F-5 B/Eจึงถูกโมดิฟายด์ให้เข้ามาร่วมปฏิบัติภารกิจให้ครบฝูง” แหล่งข่าวจาก ทอ. กล่าวจากภารกิจของฝูงบินกริพเพนและ F-5ในการปกป้องน่านฟ้าไทยแล้ว ลองมาดูว่า“น้องใหม่” ที่จะมาแทนรุ่นพี่อย่าง F-5ที่ประจำการใน ทอ. มาเกือบ 40 ปี จะมีอะไรเจ๋งๆ ให้เราได้เห็นกันบ้างเครื่องบิน Gripen 39 C/D เป็นเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ยุคที่ 4.5 (4.5th GenerationFighter) มีความอ่อนตัวและคล่องตัว สามารถปฏิบัติภารกิจได้หลากหลายรูปแบบในลักษณะMulti-Role เมื่อประกอบเข้ากับระบบบัญชาการและควบคุม (Command and ControlSystem : C2)การจัดหาในครั้งนี้ กองทัพอากาศสามารถทวีขีดความสามารถจากระบบทั้งหมดที่ได้รับ(System of Systems) ในลักษณะการทวีกำลัง (Force Multiplier) กล่าวคือ มีกำลังน้อยแต่เหมือนมีกำลังมากนอกจากนี้ เครื่องบิน Gripen 39 C/D เป็นเครื่องบินขับไล่สมรรถนะสูงที่สามารถใช้ระบบอาวุธได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งระบบอาวุธที่ผลิตจากประเทศสหรัฐฯ และระบบอาวุธที่ผลิตจากประเทศในสหภาพยุโรปสำหรบั เครอื่ งบนิ Gripen 39 C/D ของกองทพัอากาศ วางแผนที่จะใช้ระบบอาวุธที่มีประจำการอยู่ในปัจจุบันเป็นหลัก เช่น AIM-120 AMRAAM,AIM-9M Sidewinder, Precision Bomb(GBU-10/12) และ AGM-65 Maverickในส่วนของระบบอาวุธชนิดพิเศษที่จำเป็นต้องจัดหาเพิ่มเติมกองทัพอากาศได้วางแผนการจัดหาเพิ่มเติมในแผนพัฒนาขีดความสามารถกำลังรบแล้วสำหรับจรวดโจมตีเรือผิวน้ำ RBS-15 กองทัพอากาศจะได้รับในการจัดหาเครื่องบิน Gripen 39 C/D ระยะที่ 2
นอกเหนือจากระบบอาวุธที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น เครื่องบิน Gripen 39 C/D ยังสามารถที่จะติดตั้งใช้งานระบบอาวุธอากาศสมัยใหม่ทั้ง IRIS-T และ Meteorซึ่งมีขีดความสามารถสูงกว่าระบบอาวุธที่กองทัพอากาศมีใช้งานอยู่ในปัจจุบันจากเหตุผลดังกล่าว ประกอบกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ กองทัพอากาศวางแผนที่จะบรรจุเครื่องบิน Gripen 39 C/D จำนวน 12 ลำณ ฝูงบิน 701 กองบิน 7โดยมีภารกิจหลัก ประกอบด้วย การป้องกันทางอากาศ การสนับสนุนการปฏิบัติการร่วมกับเหล่าทัพอื่น และการคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเลทั้งนี้ กองทัพอากาศมุ่งเน้นที่จะเสริมสร้างและพัฒนาให้เครื่องบิน Gripen 39 C/D ที่จะบรรจุเข้าประจำการ มีระบบอาวุธและเทคโนโลยีที่ทันสมัยสามารถปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบบได้อย่างเต็มขีดความสามารถ ไม่มีข้อจำกัดใดๆ อันเป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถของกำลังทางอากาศทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ “น้องใหม่ทัพฟ้า”ทั้ง 6 ลำ กำลังจะเข้ามาเติมเต็มภารกิจเหนือน่านฟ้าให้สำเร็จลุล่วง ขณะเดียวกัน ทอ.ในฐานะเจ้าบ้านที่กำลังจะรับน้องใหม่เข้าประจำการ ก็ไม่ลืมที่จะจัดแจงหาที่อยู่ตลอดจนความพร้อมในด้านต่างๆ ไว้อย่างพรักพร้อมเมื่อเครื่องบินพร้อม คนพร้อม สถานที่พร้อมคงไม่ต้องบอกว่าภารกิจเหนือน่านฟ้าจากนี้จะสมบูรณ์แบบเพียงใดและต่อจากนี้จะเป็นการแสดงศักยภาพของ“นักบินสัญชาติไทย” ในการควบคุมการบินเครื่องบิน “สัญชาติสวีเดน” ให้คนไทยได้ประจักษ์ว่า เราก็มีดีไม่แพ้ชาติอื่น ■
เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว