เรื่องหัวๆ?
นาทีนี้ต้องบอกว่า พรรคเพื่อไทยกำลังอยู่ในอาการ“ฮึกเหิม”“ฮึกเหิม” กับ “ชัยชนะ” ที่ได้รับมาเต็มๆ จากผลการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.สกลนคร และศรีสะเกษ ที่เสมือนเป็นบทพิสูจน์ว่า“มนต์รักทักษิณ” ยังติดแน่นในดวงใจ “ชาวรากหญ้า”ภาคอีสาน...ยิ่งพยายามโค่น ยิ่งพยายามฆ่า...ยิ่งได้รับคะแนนสงสาร“บานตะไท” ดังจะเห็นกันจะจะกับผลคะแนนเลือกตั้งซ่อมส.ส. 2 จังหวัดพรรคเพื่อไทยทิ้งห่างพรรคคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น...เมื่อเห็นดังนี้ อาการ “ฮึกเหิม” จึงบังเกิดขึ้น...ทั้งยัง“ฮึกเหิม” หวังผลในอนาคต...ในอนาคตที่เชื่อกันว่า จะเกิดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในเร็วๆ นี้เนื่องเพราะ “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรีก็ได้บอกอยู่บ่อยๆ ว่าหาก “กฎกติกา” บ้านเมืองเรียบร้อย วิกฤติเศรษฐกิจบรรเทา ก็พร้อมที่จะ “ยุบสภา”และต้องขอบอกว่า เรื่องราวดังกล่าวมิใช่เป็นเพียงลมที่พัดผ่านไป แต่เรื่องดังกล่าวกลับติดตรึงและฝังแน่นอยู่ในโสตประสาทของนักการเมืองทุกคนดังนั้น...เมื่อวันเวลาเขยิบใกล้เข้ามาทุกที ทุกที ผู้คนคนการเมืองทุกคนจึงต้อง “เตรียมตัว”“เตรียมตัว” ที่จะสู้ศึกครั้งใหม่ที่ใหญ่ยิ่ง...ที่ยังมิรู้ว่า ใครจะเป็น “ฝ่ายแพ้” หรือ “ฝ่ายชนะ”เนื่องเพราะ “ความแน่นอน” กลับมิแน่นอนเสียแล้วหลังจากที่เลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร และศรีสะเกษ“พรรคเพื่อไทย” พลิกกลับมาเป็น “ผู้ชนะ”ฉะนั้น “คู่ต่อสู้” ที่หาญกล้ามาท้าชิง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการบ้านเป็นเท่าทวีคูณ...และในเวลาเดียวกัน ฟาก “พรรคเพื่อไทย” แชมป์เก่าก็ “เร่งสปีด” เพื่อยึดฐานที่มั่นให้มั่นคงเช่นเดียวกันแม้ว่า นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร,นายนิสิต สินธุไพร นายสุทิน คลังแสง และ น.พ.ประสงค์บูรณพงศ์ จะบอกว่า
การเดินทางไปพบ “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่บ้านพักในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่มีนัยยะทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นเป็นแต่เพียงการทักทายตามประสาคนรักใคร่ชอบพอกันและมีความคิดถึงกันเท่านั้น รวมทั้งไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องตัวบุคคลที่จะมาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ก็ตามทีแต่นาทีนี้...นาทีที่การเมืองกำลังระอุ ไม่ว่าใครก็ต้อง“เพ่งเล็ง”เพ่งเล็งว่ายุทธศาสตร์การเดินหน้าทางการเมืองของ “พรรคเพื่อไทย” จะดำเนินอย่างไรต่อไป...และที่สำคัญ ผู้ใดเล่าที่จะเหมาะสมมานั่งแท่นเป็น “หัวหน้าพรรคเพื่อไทย” คนใหม่เพื่อจะมาเป็น “แม่ทัพ” ในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งใหม่ที่กำลังจะมาถึง...เพราะจนแล้วจนรอด รายชื่อที่ปรากฏออกมา ไม่ว่าจะเป็นพล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีต ผบ.ทบ., นายพายัพ ชินวัตร,พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณีหรือแม้กระทั่ง พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภาอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่ให้ข้อมูลเรื่องเงินบริจาค 258ล้าน ของบริษัท ทีพีไอโพลีน จำกัด (มหาชน)ก็ยังไม่ถูกใจใครหลายๆ คน...หรือแม้จะเป็น “นายเสนาะ เทียนทอง” หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ถูกทาบทามให้เข้ามาร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยก็ไม่วายที่จะถูกต้าน…ฉะนั้น “โฟกัส” จึงถูกส่องไปที่ “น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร”น้องคนสุดท้อง ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่แม้ พล.อ.ชัยสิทธิ์จะออกมาระบุว่า...“ไม่เห็นด้วยเพราะยิ่งลักษณ์ยังอ่อนพรรษาการเมือง”แต่ทว่า...บทเรียนหลายสิ่งหลายอย่าง น่าจะทำให้“นายใหญ่” จดจำจดจำว่า ถึงอย่างไรเสีย “เลือดก็ต้องข้นกว่าน้ำ” ■
เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว