โจรสะพานลอย
สะพานลอยในกรุงเทพฯ และพื้นที่บางจุดในเขตปริมณฑลกลายเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งจี้ชิงทรัพย์รวมทั้งข่มขืนกระทำชำเราโดยเฉพาะผู้หญิงถือเป็นกลุ่มเป้าหมายเสี่ยงต่อการก่อเหตุร้ายมากที่สุดโจรสะพานลอยคืนชีพ ปักหลักยึดทำเลทองชิงทรัพย์สาวพนักงานบริษัทผลิตเสื้อเชิ้ตยี่ห้อดังเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงกลางดึกบนสะพานลอยคนข้าม ปากซอยพระรามสาม 23 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.น.ส.หัตถ์ฐา สายที อายุ 33 ปี พนักงานแผนกคลังสินค้าบริษัท สตาร์ แฟชั่น ผลิตเสื้อเชิ้ตยี่ห้อดัง อยู่บ้านเลขที่ 78ซ.เจริญราษฎร์ 2 แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กทม.
ลงรถเมล์เดินขึ้นสะพานลอยเพื่อกลับบ้าน ระหว่างเดินมาถึงช่วงกลางสะพานลอยมีผู้ชายวิ่งมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็วก่อนกระชากแขนอย่างแรงพร้อมกับเอามีดจี้ที่เอวพูดขึ้นว่า “นี่คือการปล้น”จากนั้นคนร้ายก็กระชากกระเป๋าถือของ น.ส.หัตถ์ฐา ภายในมีเงินอยู่ 1,000 บาท เอกสาร โทรศัพท์มือถืออีก 2 เครื่อง วิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดรออยู่หลบหนีไปหลังหายจากอาการตกใจ น.ส.หัตถ์ฐา จึงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ ไม่นานนัก พ.ต.ท.ชูศักดิ์ คำทราย พนักงานสอบสวน(สบ 2) สน.วัดพระยาไกร รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจแม้ว่าสะพานลอยที่เกิดเหตุจะมีไฟฟ้าส่องสว่างเพียงพอ แต่มีต้นเฟื่องฟ้าปกคลุมอยู่ขอบสะพานจำนวนมาก ทำให้เป็นการง่ายที่คนร้ายจะใช้เป็นสถานที่ก่อเหตุน.ส.หัตถ์ฐา พูดเสียงอ่อยกับตำรวจว่า ไม่กล้าเดินข้ามถนนเพราะกลัวอุบัติเหตุ จึงใช้สะพานลอยเดินขึ้นลงอยู่ทุกวันมากว่า10 ปี ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ในใจยังคิดว่าเพื่อนหรือคนรู้จักกันวิ่งมาหยอกล้อเหยื่อโจรสะพานลอยบอกรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นชายสูงประมาณ 175 ซม. สวมหมวกแก๊ปดูท่าทางไม่น่าจะเป็นคนติดยาเสพติดเรื่องราวที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นภัยร้ายต่อสังคม..พฤติกรรมของคนร้ายก่อเหตุอุกอาจอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย..จุดอันตราย สะพานลอยเปลี่ยวทั่วกรุง ผู้ที่ใช้สัญจรไปมาควรหาทางเลี่ยงหรือเตรียมป้องกัน โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ พบว่าจุดที่คนร้ายมักใช้ก่อเหตุ ประกอบด้วย สะพานลอยปากซอยเพชรเกษม 92, สะพานลอยหน้าโรงพยาบาลทหารผ่านศึกถ.วิภาวดีรังสิต
นอกจากนั้น ยังมีสะพานลอยหน้าศูนย์ฝึกรักษาดินแดนถ.วิภาวดีรังสิต, สะพานลอยหน้าร้านเจ้เล้ง ถ.วิภาวดีรังสิตสะพานลอยหน้าวัดเสมียนนารี ย่านประชาชื่น, สะพานลอยหน้าวัดสารอด เขตราษฎร์บูรณะ, สะพานลอยหน้าวัดยายร่มถ.พระราม 2, สะพานลอยปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 46,สะพานลอยบริเวณตลาดวรรณโนทัย ถ.พระราม 4, สะพานลอยตรงข้ามประตู 2 ทางเข้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถ.งามวงศ์วานและสะพานหน้าหมู่บ้านกฤษดานคร ถ.บรมราชชนนี แขวงฉิมพลีเขตตลิ่งชันหากมองย้อนกลับไปดูความสูญเสียทรัพย์สินของ “ประชาชน”ที่ตกเป็นเหยื่อ “แก๊งโจรนรก” คอยออกหาเหยื่อตามสะพานลอยก่อนหน้านี้ พบว่าเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน เสียทรัพย์สินเงินทองไปมากมายนับไม่ถ้วน..นี่ยังไม่รวมถึงชีวิตอีกหลายชีวิต ที่ต่อสู้จนถูกคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์ถ้า “ตำรวจ” หย่อนยาน..ปราบปรามไม่สิ้นซาก มันก็คงป้วนเปี้ยนหาสูบเลือดกับพวกมนุษย์ด้วยกันบทเรียนที่เกิดขึ้น...คงพอเป็นอุทาหรณ์เตือนสติ..“ประชาชน”โดยเฉพาะ “ผู้หญิง” ที่กลับบ้านมืดค่ำ “อย่าประมาท” ต้องหูไวตาไวเพราะช่วงสภาวะเช่นนี้ บ้านเมืองกำลังวุ่นวาย เศรษฐกิจทรุดห้างร้านบางแห่งทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหวต้องปิดตัวลง ทำให้มีผู้ตกงานจำนวนมาก เมื่อไม่มีหนทาง..บางรายจึงกลายเป็นโจร“ฉก ชิง วิ่ง ราว” ไปเพราะไม่มีทางเลือกดังนั้น “ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” เพราะ “โจรกำลังเกลื่อนเมือง”..หากประมาทเผอเรอเมื่อไหร่..ก็จะตกเป็นเหยื่อคนร้าย..สูญเสียทรัพย์สินเงินทองเหมือนเช่นสาวรายนี้..!?! ■
เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว