สุจริต?
วันหนึ่งประชาชนคนอื่นๆ ที่เป็นเจ้าของประเทศ เขาอยากนำสิ่งที่เป็นสมบัติเขากลับคืนมา แต่ก็ไปกล่าวหาว่า...ประชาชนเหล่านั้นมาล้มล้างรัฐธรรมนูญ อย่ายัดเยียดข้อกล่าวหาว่าประชาชนเป็นกบฏเลยครับ
กรรม...ในความหมาย คือ การกระทำ ซึ่งการกระทำนั้นมีเพียง 2 มิติเท่านั้น คือ ทำดี และทำไม่ดี หรือใครจะเรียกว่าทำชั่วก็แล้วแต่จะเลือกใช้คำเอาเองตามแต่ใจปารถนา
สำหรับเวทีของการทำงานนั้น จะเรียกการกระทำนี้ว่า...สุจริต หรือทุจริต
สุจริต..มีความหมายว่า...ความประพฤติชอบตามคลองธรรม ประพฤติด้วยตั้งใจดี ประพฤติซื่อตรง
ทุจริต...มีความหมายที่ตรงกันข้าม ซึ่งได้แก่ ความประพฤติไม่ชอบตามคลองธรรม ประพฤติไม่ดี และไม่ซื่อตรง
เมื่อพูดถึงไทยแลนด์แดนสยามนั้น...เชื่อว่าปัจจุบันมีคำถามที่เป็นข้อสงสัยอย่างมากมาย ต่อพฤติกรรมว่าคนในสังคม หรือคนในแต่ละองค์กรของประเทศ...กำลังมีค่านิยมในการกระทำที่เดินไปในทิศทางไหนกันแน่
ซึ่งภาคส่วนของประเทศนั้นมีหลากหลายไม่ว่าจะเป็นกรณีของภาครัฐซึ่งได้แก่...
หน่วยงานราชการต่างๆ ที่ยึดถือต่อการปฏิบัติในหน้าที่ และถ้าข่าวสารมีความถี่ปรากฏให้สังคมได้รับรู้มากก็แสดงให้เห็นว่า...ทุจริตนำสุจริต
หรือจะเป็นภาคประชาสังคมต่อพฤติกรรมการกระทำที่แสดงออกในชุมชนว่า...มีพฤติกรรมที่เน้นหนักไปในทิศทางไหนของการกระทำ...และผลลัพธ์ของเรื่องราวมักจะมีแต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงต่อความล่มสลายของสังคมเสียมากกว่า
ข่าวสารในวันนี้ จะหนีไม่พ้นเรื่องของอาชญากรรม การปล้น การค้ายาเสพติด การพนัน จนเรียกได้ว่า...เป็นวอลเปเปอร์ให้กับสังคมไปแล้ว อย่างนี้จะเรียกว่าทุจริตนำสังคมจะได้ไหมครับ
และสำหรับภาคส่วนทางการเมืองนั้น กำลังมีเรื่องราวที่ทำให้ประชาชนของประเทศได้ตื่นเต้นและหายใจกันไม่ทั่วท้องว่าบ้านเมืองจะไปถึงทางตันอีกครั้งแล้วหรือไม่
ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ว่า...จะมีการกระทำในความสุจริตหรือจริยธรรมต่อหน้าที่จริงๆ มากน้อยต่อประชาชนขนาดไหน
แต่ก็ขออย่าให้ได้ยินคำอ้างว่า “บกพร่องโดยสุจริต เพื่อปกป้องประเทศ”
เช่นเดียวกับคำกล่าวอ้างของพรรคประชาธิปัตย์ในกรณีการดึงลากประธานสภาลงจากเก้าอี้ในขณะทำหน้าที่เลย
ก็ได้แต่เศร้า...กับกรณีผู้ร้องที่มี พลเอสมเจตน์ บุญถนอม เป็นผู้นำการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญในข้อกล่าวหาว่า...พรรคเพื่อไทยล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน
ก็จะไม่ให้เศร้าได้อย่างไรล่ะครับ...ก็เมื่อวันนี้ผู้ที่เคยทำงานอยู่ร่วมกับคณะปฏิวัติผู้ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยปี 2540 นั้น เมื่อคณะตนไม่มีอำนาจทางการเมืองก็ใช้เป็นประเด็นฟ้องร้องกล่าวหาว่าผู้อื่นล้มล้างรัฐธรรมนูญ
บางครั้งอายุคนเราถ้าเวลามันผ่านเลยไป ความจำก็อาจจะสั้นและเลอะเลือนก็เป็นได้นะครับ...หลงไปคิดว่าตน คือ เจ้าของผู้สร้างรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่ไปปล้นมาจากประชาชนแท้ๆ
วันหนึ่งประชาชนคนอื่นๆ ที่เป็นเจ้าของประเทศ เขาอยากนำสิ่งที่เป็นสมบัติเขากลับคืนมา แต่ก็ไปกล่าวหาว่า...ประชาชนเหล่านั้นมาล้มล้างรัฐธรรมนูญ อย่ายัดเยียดข้อกล่าวหาว่าประชาชนเป็นกบฏเลยครับ
ถามว่า...ถ้าไม่ใช่เพื่อต้องการมีอำนาจอีกครั้ง แล้วจะให้ประชาชนคิดในด้านอื่นๆ ได้อย่างไรครับ อย่าไปห้ามเลยครับ ถ้าประชาชนจะต้องสงสัย และสับสนกับบรรดา พณ.ท่านทั้งหลายที่ลืมไม่ลงกับอำนาจที่เคยมีมาในอดีต
แล้วอย่างนี้จะให้แปลความอย่างไรดีล่ะครับว่า...ภาคส่วนทางการเมืองของประเทศนั้น...นิยมความสุจริตหรือทุจริตเป็นที่ตั้งของชีวิตประเทศกันแน่
ก็เชื่อในเส้นทางเดินของตุลากรัฐธรรมนูญว่า...ผ่านร้อนผ่านหนาวในชีวิตมากแล้ว การเลือกบริหารคำใดคำหนึ่งระหว่าง...สุจริตหรือทุจริต...ในหน้าที่จริยธรรมต่อสังคมและประเทศ ท่านเข้าใจอย่างเพียงพอ
เพียงแต่ประชาชนอย่างพวกผม ไม่อยากเห็นผลลัพธ์ของการตัดสินแล้วนำประเทศไปสู่วิกฤตทางตันที่สร้างความล้มสลายของประเทศก็แค่นั่นเองครับท่าน