กฎของการเปลี่ยนผ่าน
ก็แค่ให้..ประชาธิปไตย..มันเติบโต สมกับที่มันโผล่ขึ้นมาแล้วตั้ง 80 ปี..ประเทศนี้ก็ปลอดเรื่องราวร้อนรนร้ายแรง
เพราะเริ่มต้น..มันเข้มข้นไปด้วยการทรยศหักหลัง..แผลบาปมันถึงลุกลามยาวนานมาเกินกว่า 80 ปี...เวลาที่เปลี่ยนไป ไม่ทำให้ประเทศไทยมีอะไรเปลี่ยนแปลง
ถ้า..องคมนตรี พระยามโนปกรณ์นิติธาดา..นายกรัฐมนตรีคนแรกของประเทศไทย..จะยอมรับว่าประเทศได้เปลี่ยนไปแล้ว และปล่อยให้สภาผู้แทนปวงชนในคราวนั้น..ทำหน้าที่นิติบัญญัติ..การรัฐประหารครั้งแรกก็จะไม่เกิดขึ้น..
แต่เพราะตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแท้ๆ..พระยามโนปกรณ์นิติธาดา..กับปากหอยปากปูรอบหูของท่าน..จึงมองผ่านอำนาจทหารในกำมือของผู้ก่อการ..และเชื่อมั่นกับทหารอีกฝ่ายจนทำให้การณ์กลับกลาย..เป็นภัยกันตนเอง..และล้นเกล้ารัฐบาลที่ 7
นายกรัฐมนตรี..ใช้อำนาจบริหารสั่งการให้กฤษฎีกา..ยุติอำนาจของรัฐสภา..และเอาอำนาจนั้นมาแขวนไว้กับอำนาจบริหาร..
หยุดการใช้รัฐธรรมนูญ
ทิ้งไว้ปล่อยให้เป็นไป..หัวก็คงขาดจากบ่า..ฝ่ายทหารผู้ก่อการในคณะราษฏร์..จึงฝากจดหมาย..ไปพร้อมกับตีนรถถัง..
“การบริหารราชการแผ่นดินบัดนี้..ไม่ถูกต้องครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นปิดสภาผู้แทนราษฏร์แล้วงดใช้รัฐธรรมนูญ....จึงเห็นเหตุจำเป็นต้องเข้ายึดอำนาจการปกครอง เพื่อให้มีการเปิดสภาผู้แทนดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ”
บันไดขั้นแรกของประชาธิปไตย..ก็สะดุดกันไปสะดุดกันมาแบบนี้...ตั้งแต่ปีแรกหลัง 24 มิถุนายน 2475
ถึงวันนี้..ก็ยังไม่มีอะไรแปลกเปลี่ยน..นอกจากน้ำตาและความปราชัยของผู้เคยชนะ..การเมืองมีแต่ผู้แพ้เท่านั้นที่ถาวร..ผู้ชนะที่ถาวรไม่เคยมี..
ไม่ว่าบนแผ่นดินนี้หรือที่ไหน..ไม่ว่ากับมนุษย์หรือสัตว์โลก..สิงห์โตเฒ่าจะรู้วันเวลาของมันในฝูง..ทุกท้องทุ่งใช้กติกาเดียวกัน มันเป็นธรรมนูญแห่งชีวิตมันเป็นลิขิตแห่งสภาชีวิตที่ไม่มีวันเปลี่ยนกฎ
จะสร้างชาติให้มั่นคงยิ่งใหญ่..ต้องเข้าใจกฎของการเปลี่ยนผ่าน