บัญชีทรัพย์สิน สุเทพ เทือกสุบรรณ
ระยะเวลาไม่ถึง 90 วัน ภายในปีเดียวกัน ที่ดินแปลงเดิม เนื้อที่เท่ากัน ทำไมต้องแจ้งราคาเพิ่มขึ้นกว่า 30 ล้านบาทเศษ นับเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยและน่าติดตามตรวจสอบ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นนักการเมืองคนสำคัญ...สังคมสนใจติดตาม จะพูดจะทำอะไร สื่อมวลชนก็นำมาลงเป็นข่าว
นายสุเทพ เป็นรองนายกฯ เป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส. หลายครั้งหลายคราว จึงมีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. และตามกฎหมายก็กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ยื่นให้สาธารณชนได้ตรวจสอบติดตาม
ครั้งล่าสุด นายสุเทพ ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ เมื่อคราวพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. ครบกำหนดหนึ่งปี คือ วันที่ 9 พฤษภาคม 2555
ป.ป.ช. ก็ได้เปิดเผยข้อมูลแล้ว ซึ่งสื่อมวลชนก็ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า ทำไม นายสุเทพ มีทรัพย์สิน-สุทธิ ติดลบ คือ มีหนี้สินรวมมากกว่าทรัพย์สินรวม
ทั้งที่การยื่นบัญชีก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2554 นายสุเทพ แจ้งว่า มีทรัพย์สิน-สุทธิเป็นบวก คือมีทรัพย์สินรวมมากกว่าหนี้สินรวม
2 ส.ค. 54 แจ้งว่ามีทรัพย์สิน-สุทธิ 93,848,808.27 บาท แต่อีกประมาณ 9 เดือนเศษต่อมา คือวันที่ 9 พ.ค. 55 แจ้งว่ามีหนี้สิน-สุทธิ 56,969,485.57 บาท
สาระสำคัญคงมาจากหนี้สินที่กู้เงินมาจากธนาคารอิสลาม จำนวน 224,580,162.74 บาท ซึ่งเพิ่งกู้มาเมื่อวันที่ 19 เม.ย. 55 โดยมีข้อสังเกตว่า ใช้เงินกู้นั้นไปทำอะไร
เพราะรายละเอียดบัญชีที่ดินที่เพิ่มขึ้นไม่สอดคล้องกับหนี้เงินกู้จำนวนนี้เท่าใดนัก
ทั้งนี้ หากไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน รายการอื่นที่ควรจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเงินกู้ก็หาความสัมพันธ์ทางตัวเลขได้ยาก จึงต้องตั้งข้อสังเกตให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบว่า การยื่นบัญชีเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 263 หรือไม่
การหาความสันพันธ์ทางตัวเลขยังมีข้อสังเกตระหว่างรายได้กับรายจ่ายตามมาอีกด้วย เพราะนายสุเทพแจ้งไว้ว่า มีรายได้จากสวนยาง สวนปาล์ม เป็นเงิน 41,114,631 บาท และแจ้งว่า มีค่าใช้จ่ายในการทำสวน (ประมาณ) 10,700,000 บาท
เห็นรายได้กับรายจ่ายแล้ว ใครๆ ก็คงคิดเหมือนกันว่า นายสุเทพ ควรมีสวนยางและสวนปาล์มอยู่ด้วย ดังนั้น จึงต้องกลับไปตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินว่า มีการแจ้งมูลค่าสวนยาง สวนปาล์ม เป็นมูลค่าเท่าใด
แต่ไม่น่าเชื่อ การยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไม่มีการแจ้งว่ามีทรัพย์สินที่เป็นสวนยางหรือสวนปาล์มไว้แต่อย่างใด
การจับคู่รายได้กับค่าใช้จ่ายที่จะนำไปสู่บัญชีทรัพย์สิน จึงอาจไม่เป็นไปตามทฤษฎีทางการบัญชีทั่วๆ ไป ซึ่งเรื่องอย่างนี้ หน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบคือ ป.ป.ช.
นอกจากนั้น รายการทรัพย์สินชนิดเดียวกัน โดยเฉพาะที่ดิน...ก็ควรจะมีราคาไม่แตกต่างกันซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีการเสื่อมค่า ไม่ต้องตัดค่าเสื่อมราคา หรือเพิ่มมูลค่าอย่างผิดปกติ
แต่ที่ดินบางแปลงก็มีข้อสังเกต เช่น โฉนดเลขที่ 24563 เนื้อที่ 38 ไร่ 1 งาน 76 ตารางวา แจ้งวันที่ 10 พ.ค. 54 ด้วยมูลค่า 8,156,400 บาท แต่แจ้งเมื่อวันที 2 ส.ค. 54 ว่าที่ดินแปลงเดียวกันนี้มีมูลค่า 38,536,600 บาท
ระยะเวลาไม่ถึง 90 วัน ภายในปีเดียวกัน ที่ดินแปลงเดิม เนื้อที่เท่ากัน ทำไมต้องแจ้งราคาเพิ่มขึ้นกว่า 30 ล้านบาทเศษ นับเป็นเรื่องที่ชวนสงสัยและน่าติดตามตรวจสอบ
ยังมีความสัมพันธ์ทางด้านหนี้สินบางรายการให้วิเคราะห์ เช่น หนี้สินที่กู้ยืมมาจากธนาคารอิสลาม มีหลักทรัพย์อะไรเป็นหลักประกันหรือไม่ หรือมีใครค้ำประกันให้หรือเปล่า
เพราะตามสัญญากู้เงินเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 51 ที่เคยแจ้งไว้ว่า...มีหลักประกันของบุคคลอื่นเป็นเงินฝากวงเงิน 2,850,000 บาท ค้ำไว้
ซึ่งจะถือเป็นประโยชน์อื่นใดที่ได้รับตามกฎหมาย หรือไม่ ป.ป.ช. น่าจะไปตรวจสอบด้วยนะครับ