Skip to Content

หมั่นไส้ กับ “หยะแหยง” ไม่แตกต่างกัน

คนไทยเรามีภาษิตท่องกันขึ้นใจอยู่บทหนึ่ง นั่นคือ “ทำดีแต่อย่าเด่น จะเป็นภัย” เหมือนในเวลานี้ ดูเหมือนอะไรต่อมิอะไรรุมเร้าท่านผู้น่ำฝ่ายค้านอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนวาหากข้อมูลของฝ่ายซึ่งนำมาเปิดโปงเป็นความจริงคงจะส่งผลต่อความนิยมและเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือ (discredited) ได้อย่างชงัดนัก
ทั้งนี้มองได้ว่าปูมแห่งความยุ่งยากซับซ้อนทั้งมวล น่าจะมี “บ่อเกิดมาจากการทำหน้าที่ของท่านเอง” รวมทั้ง “คนในพรรค” ซึ่งเปรียบเหมือนในสนามฟุตบอล ในเกมการเมืองมี “แรงบ้าง” หนักบ้าง เบาบ้าง แต่บางที ผู้เล่น ของฝ่ายหนึ่ง ก็อาจถูกอีกฝ่ายมองว่าทำมากเกินหน้าเกินตา จึงถูกเอาคืน (revenge) ถ้าคาดเดากันไม่ผิด ประเด็นถกเถียงชิงหักชิงโค่นกันในเรื่อง “แก้รัฐธรรมนูญ” กับ “พรบ ปรองดอง” น่าจะเป็นต้นเรื่องสำคัญ ของ “ความหมั่นไส้ (loathe)” หรือการแก้แค้นเอาคืนในครั้งนี้เป็นแน่แท้
ข้อสันนิษฐานเป็นเรื่องซึ่งคิดอ่านกันได้ จะพิสดารพันลึกอย่างไรสุดแต่จินตนาการของคนสุดจะคาดเดา แต่ผมพยายามค้นหาคำว่า “หมั่นไส้” ในภาษาอังกฤษแบบตรงๆ ดูเหมือนจะไม่เจอ คล้ายๆ กับคนไทยชอบพูดกันเสมอๆ ว่า ฝรั่งเขาคงไม่มีคำว่า “เกรงใจ (ในบริบทแบบไทย)” กระมัง ดังนั้น คำใกล้เคียงเลยยกประโยชน์ให้กับ consideration เวลาเป็นคำนาม หรือ considerated เมื่อต้องการสื่อถึงความรู้สึกนึกคิด
ทำให้บางคนมองว่า พฤติกรรมความหมั่นไส้ของฝรั่ง ไม่น่าจะต่างกับคำว่า “envy” ถ้าแปลให้เข้าใจตรงกัน คือ ความริษยา หลงผิด คือเราเองเห็นอย่างหนึ่ง ในขณะคนอื่นๆ เขาเห็นไม่เหมือนเรา อย่างภาพยนตร์เรื่อง Pride and Prejudice (อ่านว่า เพ็จจิดิจ) หมายถึง อารมณ์ประมาณ คนเรามีเกียรติศักดิ์ค้ำคอ ต้องเลือกเอาระหว่างของซึ่งตนเองต้องการจริงๆ กับ เปลือกกระพี้ซึ่งฉาบอยู่ภายนอก เรื่องดังกล่าวคนไทยอย่าง “ภรรยาของ ศรีบูรพา” นามปากกาว่า “จูเลียต” เอามาเชียนเป็นนิยายไทย ชื่อเรื่องว่า “สาวทรงเสน่ห์”
ถึงกระนั้น ผมยังมองว่าหมั่นไส้ในภาษาอังกฤษมีอยู่หลายคำนอกเหนือจากคำดังกล่าวข้างต้น อาทิ dislike, hate หรือคำว่า loathe กระทั่งอีกคำซึ่งคุ้นเคยกันมาก คือ disgust นอกจากหมายถึง น่าขยะแขยงแล้ว ผมคิดว่า “ความน่าหมั่นไส้” กับ “ความน่าขยะแขยง” ของบางคนอาการออกมาคล้ายๆ กัน เพราะเคยได้ยินเพื่อนๆ สาวๆ สมัยเรียนหนังสือพูดถึงเพื่อนอีกคนแบบไม่สบอารมณ์ทำนองว่า “ดูทำสิ น่าหยะแหยงจัง” แต่ลึกๆ ผมเข้าใจดีว่า เธอผู้นั้นกำลังริษยา อิจฉา รวมเป็นอาการ “หมั่นไส้” เพื่อนอีกคนอย่างไม่ต้องสงสัย