อย่าต่อสู้ผิดทิศทาง
วันนี้ต้องพูดเรื่องทิศทางเศรษฐกิจ เรื่องปากท้องหัวใจสำคัญของความอยู่รอดของชาติและประชาชน...ทิ้งเรื่องการเมืองไว้ก่อน เพราะยังไม่มีความคืบหน้าน่าสนใจอะไร
ต้องพูดเรื่องนี้ ขณะรัฐบาลหันมาเน้นให้ความสนใจการบริหารจัดการรัฐเป็นพิเศษ ซึ่งก็คงแก้ไขระเบียบวิธีปฏิบัติราชการให้คล่องตัวเร็วขึ้น
มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาทำอะไรติดขัดไปหมด...กลายเป็นการบริหารจัดการรัฐ ตกเป็นทาสกฏระเบียบวิธีปฏิบัติราชการที่สร้างขึ้นมาเอง
โดดเด่นที่สุดไม่หนีปาฐกถาของ นายธานินทร์ เจียรวนนท์ ผู้กุมอำนาจสูงสุดกลุ่ม CP เจริญโภคภัณฑ์ บรรษัทข้ามชาติชื่อก้องโลกของไทย ในวันตรบรอบ 20 ปี การก่อตั้งสำนักงาน ก.ล.ต. เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
ปาฐกถาครั้งนั้นของเจ้าสัว CP ผู้มีประสบการณ์จริงสูงมากในโลก ยืดยาวมากอาจสรุปได้ 3 ข้อใหญ่
ข้อแรก เจ้าสัวย้ำเตือนว่า...ประเทศไทยต้องเป็นชาติเกษตรนำหน้า จึงจะรวย โดยเฉพาะเกษตรอาหารและวัตถุดิบอุตสาหกรรมใหญ่ในโลกอย่างยางพารา อย่าต่อสู้ผิดทิศเป็นอันขาด
อย่าไปกังวลยุโรปโทรม อเมริกาไม่ฟื้น จีน ญี่ปุ่นส่อแววไม่ดี...คนเหล่านั้นลดกำลังซื้อทุกอย่างลงได้หมด รถยนต์เสื้อผ้าไม่ซื้อ อีก 2-3 ปีซื้อก็ได้
แต่อาหารต้องซื้อกิน แม้แพงขึ้นก็ต้องซื้อกิน อดกิน 3วันก็แทบตายแล้ว
ย้ำรับจำนำข้าวมาถูกทางแล้วแค่ปรับกฏอีกนิดก็พอ อย่าประกันราคา เพราะเท่ากับเปลือยต้นทุนตันละเท่าไรกับโลก
ชาวนาที่ยากจนอยู่แล้วจะถูกบีบขูดรีดยับทั้งในประเทศและต่างประเทศ เดินผิดทางชาวนาจะตาย
นโยบายยางพาราต้องมีเป้าหมายแน่นอนทั้งการผลิตที่ต้องลงทุนซื้อพันธุ์ดีที่ให้ผลตอบแทน 2 เท่า แม้แพงก็ซื้อเพราะผลตอบแทนมันคุ้ม...เลิกขายยางแผ่นได้แล้ว ตั้งเป้าอุตสาหกรรมยางในไทย เราจะน่าเกรงขาม
ใครล่ะไม่อยากมาลงทุนถ้าเงื่อนไขดี เป็นแหล่งวัตถุดิบ มีถนน รถไฟ ท่าเรือ ที่ดีกว่านับเป็นร้อยๆ ชาติ
ข้อที่ 2 ชี้ให้เห็นว่า จีนคือตลาดชดเชยใหญ่ที่สุดในโลก แค่ 10% จาก 1,400 ล้านคนคือ 140 ล้านคนทีร่ำรวยมีกำลังซื้อมหาศาลเท่ากับประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศเข้าไปแล้ว
ต้องไปค้นให้เจอ ชีวิตความเป็นอยู่เขาเป็นอย่างไร กินอะไร ใช้อะไร แนวโน้มรสนิยมไปทางใหน...ถ้าเราเจอเราจะขายได้ เราจะไม่จน
การท่องเที่ยวไม่ต้องไปทุ่มไกลตัวหรอก ในประเทศจีนอันกว้างใหญ่ ถ้าเราทุ่มอย่างกว้างขวาง จะได้เงินก้อนใหญ่มหึมาเข้าประเทศ 140 ล้านคนที่ร่ำรวยมาไทยแน่ๆ ในเปอร์เซ็นต์สูง...ข้อสำคัญอย่าไปโกงเขา
ข้อที่ 3 เจ้าสัวธานินร์ยกอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นตัวอย่างสะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมไทย...ระบุรัฐบาลต้องมีแผนหนุนอย่างแน่นอน
รถยนต์ผลิตปีละ 2 ล้านคันได้แน่ๆ แต่เราจะหยุดแค่นี้ไม่ได้ อุตสาหกรรมต่อเนื่องทั้งอะไหล่ อุปกรณ์ ยางรถ ต้องได้รับการหนุนเนื่องควบคู่กันไป
ยิ่งถ้าลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 17% เท่าฮ่องกงและสิงคโปร์ อีกทั้งปรับการเข้าเมืองมาทำงานในไทยของคนระดับกลางถึงสูง ไทยจะรวยกับรวยมากกว่านี้ ไม่ใช่ว่าลดภาษีแล้วรายได้ขาดหายไปใจหาย
ความจริงเราจะได้มากยิ่งขึ้น การประกอบการของหลายชาติจะย้ายมาไทย
นำมาเล่าสู่กันฟังหอมปากหอมคอเท่านี้ ให้รู้ว่าผู้ประสบความสำเร็จนั้น เขามองสภาพบ้านเกิดเมืองนอนอย่างไร อยากให้แก้ไขอะไร บ้านเราจะได้ไม่ยากจนดักดานเสียที