Skip to Content

เลือดโชก

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนักการเมืองคนเดียวของประเทศไทยที่คิดล่วงหน้าและรู้ตัวล่วงหน้ามาก่อนว่า ถ้าไม่ลาออกไปสอนหนังสือเสียก่อน วันหนึ่งเขาจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีแต่แ่ทนที่เี่ข้าจะเตรียมการศึกษาเรียนรู้ถึงการบริหารราชการแผ่นดิน เรียนรู้การแก้ปัญหาหลากหลายของประเทศเอาไว้ เขากลับใช้ “ปาก” ในการสร้างความสำคัญให้ตัวเองแทนมาตลอดมาร์ค เป็นผู้นำฝ่ายค้านที่สรุปการอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้งได้อย่างยอดเยี่ยม ครบถ้วน เจ็บปวดทุกประเด็นความ!!แต่เขาเคยทำงานด้านบริหารมาเพียงกระทรวงเดียวคือ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯทำให้เขาขาดประสบการณ์ เมื่อโอกาสในการเป็นนายกรัฐมนตรีได้มาถึง....เขาเปะปะ ขาดความน่าเชื่อถือในการเป็นผู้นำประเทศ การฝันกลางวันด้วยการสร้าง “ประเทศไทยเข้มแข็ง” ด้วยการกู้เงินอย่างเดียวเป็นล้านของล้านมันคือความฉิบหายของประเทศโดยธรรมชาติของ “มาร์ค” เขาคงไม่ตะกละมูมมามหรือ ฉีกประเทศเป็นชิ้นๆ แบ่งกันกิน แต่เพราะเขาไม่สามารถคุมพรรคร่วมบางพรรคได้ เขาจึงอึดอัดแล้วเปลี่ยนเป็น “ขัดใจ”จึงเตรียมที่จะ “จัดการเช็คบิล” กับพรรคร่วม และคนในพรรคร่วมรัฐบาลหลายคนที่ยังมองเห็นประเทศไทยเป็นเพียง “อาหารจานด่วน” สำหรับการ “แดกด่วน”คนที่มีบทบาทสำคัญที่สุดในการจัดตั้งรัฐบาลคณะนี้และทำให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ คือ สุเทพ เทือกสุบรรณแต่ในเวลาเดียวกัน “เทพเทือก” ก็ต้องเป็นหนี้บุญคุณผคู้ นมากมายทงั้ พรรครว่ มรฐั บาลและทหารเมื่อวันนี้ มาร์คคิดว่า เขาต้องปลดแอก!! ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเกิดการเผชิญหน้ากับ “เทพเทือก” ในฐานะผู้จัดการรัฐบาลซึ่งจำเป็นต้องดูแูลเอาใจและผ่อ นปรนประดาพรรคร่วมที่เฮโลกันทำสิ่งที่มาร์คต้องการรื้อทิ้ง!!ดาบแรกที่เล่นเอาเลือดโชก!...คือการเอา พล.ต.อ.ธานีสมบูรณ์ทรัพย์ มาเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรีก็เกิดขึ้น เป็นการดิสเครดิตและกั๊ก สุเทพเทือกสุบรรณ แบบไม่เห็นแก่หน้า!!และ...มันจะเข้มข้นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจไปถึงขั้น ไม่มีชื่อ สุเทพ เทือกสุบรรณ ใน ครม. และนี่คือบทพิสูจน์ “ที่สุดของข่าวลือคือความจริงเสมอ”!! 