Skip to Content

‘อุตสาหกรรม’ ความไม่มั่นคง!

ตัวช่วยทหารไทยที่ปฏิบัติหน้าที่ในภาคใต้ ทั้ง “จีที200-กล้องวงจรปิด (ซีซีทีวี)-เรือเหาะตรวจการณ์-สติ๊กเกอร์ยานพาหนะ”กำลังถูกจับตามองว่า “ตัวช่วย” เหล่านี้กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมความไม่มั่นคงไปแล้วเพราะจากประเด็นความไม่เชื่อมั่นใน “จีที 200” ได้กลายเป็นประเด็นร้อนระดับชาติที่ต้องตั้งทีม “ผ่าเครื่องพิสูจน์” ว่า ข้างในเครื่องนี้ทำงานได้จริง หรือแค่ถูกฝรั่งตานํ้าข้าว แหกตาทหารไทยหากย้อนกลับไปดูที่มาของความไม่เชื่อมั่นใน “จีที 200”เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อไตรมาสที่ 4 ของปี 2552เมื่อเครื่องมือตัวนี้ก่อปัญหาแสดงผลผิดพลาดอย่างน้อย 2ครั้ง จนเกิดระเบิดคาร์บอมบ์ ที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่6 ต.ค. 2552 และมอเตอร์ไซค์บอมบ์ที่ตลาดพิมลชัย กลางเมืองยะลา เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ปีเดียวกันหลังความผิดพลาดแบบจังๆ 2 ครั้ง ไม่

นับที่ผิดพลาดแต่ไม่เป็นข่าวอีกหลายครั้ง ก็มีการเคลื่อนไหวให้ตรวจสอบประสิทธิภาพของเครื่อง จีที 200 จากองค์กรภาคประชาสังคม นักวิทยาศาสตร์และชุมชนในอินเตอร์เน็ตกระทั่งสำนักข่าว บีบีซี เสนอสกู๊ปข่าวการ “ผ่าเครื่อง”ที่มีลักษณะคล้าย จีที 200 แต่ใช้ชื่อทางการค้าว่า ADE 651ผลปรากฏว่า เป็นเครื่องลวงโลกล่าสุด...คณะรัฐมนตรีมีคำสั่งให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเจ้าภาพในการพิสูจน์ประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง จีที 200

ด้วยวิธีการที่ทุกฝ่ายยอมรับ เพื่อสร้างความกระจ่างแต่ปัญหาก็คือ หากถึงที่สุดแล้วในทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าเครื่องมือชนิดนี้ไร้ประสิทธิภาพอย่างสิ้นเชิง รัฐจะทำอย่างไรต่อไปข้อกังขายังลามไปถึง “เรือเหาะตรวจการณ์” หรือบอลลูนยักษ์ที่ราคาแพงหูฉี่ถึง 350 ล้านบาท เมื่อมีการเปิดประเด็นผ่านสื่อบางแขนงว่า บอลลูนตรวจการณ์ก็มีปัญหาเช่นกัน เพราะเลื่อนกำหนดใช้งานมาแล้วถึง 2 ครั้ง ทั้ง 15 ม.ค. และ 1 ก.พ. 2553ส่วนแนวคิดการขึ้นทะเบียนรถยนต์และรถ

จักรยานยนต์ทุกคันในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจ.สงขลา ด้วยการติด “สติ๊กเกอร์บาร์โค้ด”โดยวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถตรวจสอบรถทุกคันได้อย่างสะดวกรวดเร็วด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อป้องกันการโจรกรรมรถไปทำคาร์บอมบ์และมอเตอร์ไซค์บอมบ์ เกิดขึ้นภายหลังจากคนร้ายกดระเบิดครั้งแล้วครั้งเล่าบริเวณตลาดสดทั่วทั้งสามจังหวัดแต่เปิดให้ขึ้นทะเบียนได้ไม่ทันไร และยังไม่ทันได้ดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ ปัญหาก็ปรากฏ เพราะมี

ข่าวรถที่ติดสติ๊กเกอร์หรือบาร์โค้ดของทหาร (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ถูกกรีดทำลายโดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนทั่วไป คล้ายๆ กับข่าวใครฝ่าฝืนทำงานวันศุกร์จะถูกตัดหูเมื่อหลายปีก่อน โดยที่ฝ่ายรัฐไม่อาจคุ้มครองประชาชนให้คลายความวิตกกังวลลงได้กลายเป็นความอึดอัดซํ้าเติมความรู้สึกของชาวบ้านที่เครียดกับการตั้งด่านอย่างมากมายของทหาร ตำรวจในพื้นที่มากขึ้นไปอีก!สุดท้ายโครงการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือ ซีซีทีวี

เพื่อสร้างเครือข่าย “ดวงตาอิเล็กทรอนิกส์” ให้กับฝ่ายความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐมีแผนติดตั้งกล้องมากถึง 3,596 จุดโครงการนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล “พล.อ.สุรยุทธ์จุลานนท์” เฉพาะในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ใช้งบประมาณ969 ล้านบาท จัดซื้อกล้อง 1,028 ตัวเพื่อติดตั้งตามจุดล่อแหลมต่างๆ และตามแผนจะต้องดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่เดือน พ.ย. 2551แต่กลับมีความล่าช้า จนถึงปลายปี2552 หรือ 3 ปี 4 รัฐบาล 4 นายกฯ

ปรากฏว่า บริษัทผู้รับเหมาเพิ่งติดตั้งกล้องไปได้แค่ 10% แถมที่ติดไปแล้วก็ยังใช้การไม่ได้อีกเป็นจำนวนมาก จนสุดท้ายกระทรวงมหาดไทยต้องยกเลิกสัญญาทั้งหมดนี้คือ เครื่องมือ4 ชนิด ที่ฝ่ายความมั่นคงประกาศเดินหน้าเพื่อใช้ “กดดัน” และ“ป้องปราม” กลุ่มก่อความไม่สงบให้หมดที่ยืนในปี 2553ทว่าเครื่องมือแต่ละตัวล้วนกำลังก่อปัญหา และกำ ลังจะกลายเป็นซากของอุตสาหกรรมที่ไม่มั่นคง! 

เศร้าใจ

-โกงทุกโครงการ กล้องทีวีวงจรปิด บาร์โค้ด จีที๒๐๐ เรือเหาะ เงินงบประมาณสูญไปกับเรื่องนี้ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกิดประโยชน์อันใดเลย กลายเป็นธุกิจหากินของผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะทหารใหญ่ทั้งหลาย(ไม่เกี่ยวกับทหารเด็ก) ถ้าใช้วิธีการปราบโจรใต้เช่นนี้..มีแต่ตายอย่างเดียว..ตายทุกวัน...แพ้และสูญเสียแผ่นดิน -วิธีการเอาชนะโจรใน ๔ จังหวัดภาคใต้...ง่ายมีนิดเดียว...แต่ยากมีมาก...โดยวิธีพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญ..อย่าให้มียาเสพติด..ให้การศึกษาให้มีความรู้คู่คุณธรรม..ฝึกให้ท้องถิ่นป้องกันตนเองได้..ฝึกทหารพรานจากคนในท้องถิ่นทำสงครามจรยุทธกับกองโจร..โดยเฉพาะการข่าวและการปฏิบัติการลับเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพื่อให้ท้องถิ่นสงบ โปรดอย่าเอาทหารผู้ที่คิดแต่จะโกงกินโครงการเข้าไปทำงานในเขต ๔ จังหวัดภาคใต้ เพราะว่าการโกงนั้นเป็นเหมือนไวรัสหรือเชื่อโรคในร่างกายของเราจะทำให้เราป่วย เสื่อมถอย และแพ้ในที่สุด

แสดงความคิดเห็นใหม่

ข้อมูลในช่องนี้ จะไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ
CAPTCHA
This question is for testing whether you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.