Skip to Content

‘เจาะยาง’ เรือเหาะ ทบ.



เรือเหาะตรวจการณ์มูลค่า 350 ล้านบาท ของกองทัพบกที่กำลังจะนำมาใช้งานในพื้นที่ภาคใต้ กำลังกลายเป็นรายการที่ 2 ต่อจาก “จีที 200”ที่กำลังจะถูกเชือดเนื่องจากเรือเหาะที่ว่านี้ “ผิดสเปค” ที่ ทบ.ตั้งไว้และยังมีการส่งมอบที่ล่าช้ากว่ากำหนด และยังกระแสข่าวทุจริตภายในทบ.ด้วย งานนี้เลยต้องลุ้นกันอีกทีว่า...เรือเหาะตรวจการณ์จะสามารถขึ้นบินได้หรือไม่ หรือจะถูก “เจาะยาง” จนต้องพับโครงการ เหมือน “จีที 200”แน่นอนว่า...ผู้รับผิดชอบโครงการนี้

คือ “กองทัพ” ที่ชงเรื่องนี้เข้า ครม.ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2552 ซึ่งไม่มี “นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ มีเพียงรองนายกฯ “สุเทพ เทือกสุบรรณที่รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นผู้อนุมัติงบประมาณ 350 ล้านบาท จัดซื้อตามที่กองทัพร้องขอ ประเด็นข้อสงสัยในเรือเหาะตรวจการณ์ในช่วงที่ผ่านมา...มีการตรวจสอบจากกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎรมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่หลักฐานที่ชัดเจนที่จะสามารถแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ไม่โปร่งใส

ขณะเดียวกันนับตั้งแต่ ครม. มีมติให้จัดซื้อเรือเหาะตรวจการณ์ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็ตามมาโดยตลอด ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพการทำงาน ที่อาจตกเป็นเป้าโจมตีของฝ่ายตรงข้ามรวมประเด็นที่อาจละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่ประเด็นต่างๆ เหล่านี้กองทัพได้ออกมาชี้แจงตลอดเวลาไม่กระทบกับประชาชนในพื้นที่อย่างแน่นอนจากประเด็นวิจารณ์ในประสิทธิภาพและสิทธิมนุษยชน มาสู่กรณีข้อสงสัยถึงความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างที่กระทบโดยตรงกับกองทัพบก ทำให้

ในวันแถลงข่าวจีที 200 ของ “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผบ.ทบ. มีการหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาชี้แจงด้วยเช่นกัน แต่ถูกประเด็น “จีที 200” กลบข่าวถึงเงียบไปแต่ถึงอย่างไร...ก่อนวันที่เรือเหาะจะถูกส่งมอบให้กับกองทัพบกเพียง 1 วัน มีกระแสข่าวออกมาว่า...เรือเหาะลำน้ำสร้างความหนักใจกับนายทหารหลายนาย
ถึงขั้นนายทหารเหล่านั้นต้อง “ลาออก” เพื่อหนีปัญหาที่กำลังจะตามมาในเรื่องนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ออกตอบโต้ทันด้วยท่าทีที่มี

อารมณ์พอสมควร“ไม่เข้าใจ ไม่ได้มาตรฐานอย่างไร เรื่องนี้คณะกรรมการตรวจรับต้องรับผิดชอบ หากรับไม่ได้ต้องดำเนินการไป”ขณะที่ระหว่างการตรวจรับงานเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ทหารได้กันนักข่าวไม่ให้เข้าทำข่าว สร้างความงุนงงเป็นอย่างมาก และยิ่งทำให้ข้อสงสัยในประเด็นข้อทุจริตนั้นถูก จับจ้องมากขึ้น“พ.ต.ท.สมชาย เพศประเสริฐ” ส.ส.นครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญ “พล.ต.วุทธิ์ วิมุกตะ

ลพ” เจ้ากรมการขนส่งทหารบก เข้าชี้แจงแทน “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ผบ.ทบ. กรณีการใช้บัลลูน เรือเหาะตรวจการณ์ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจาก กมธ.ห่วงว่า งบประมาณในการจัดซื้อ มากถึง 350 ล้านบาทและเกรงว่าจะเหมือนกับกรณีเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที 200 โดย พล.ต.วุทธิ์ ชี้แจงว่า ขณะนี้การใช้งานอยู่ระหว่างการเชื่อมสัญญาณ ซึ่งอยู่ที่จ.ปัตตานีแล้ว และกำลังฝึกหัดนักบินอยู่แต่ยังไม่มีการนำขึ้นใช้ เพราะระบบยังไม่สมบูรณ์ ส่วนข้อ

กังวลที่เรือเหาะลอยอยู่ในวิสัยที่จะถูกยิงตกได้นั้น ยืนยันว่า เรือเหาะจะต้องลอย 3,000-10,000 ฟิตขึ้นไป จึงไม่สามารถถูกยิงตกได้ ด้าน “พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง” เสนาธิการทหารบก กล่าวถึงกรณีที่มีนายทหาร 2 นาย ซึ่งเป็นกรรมการตรวจรับเรือเหาะ "Sky Dragon" ของกองทัพบก “ลาออก” จากการเป็นกรรมการชุดดังกล่าว เนื่องจากไม่ต้องการเอาตัวเข้าไปเสี่ยง เพราะเป็นโครงการที่มีปัญหา ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือ นายทหารทั้ง 2 นายต้องไป

รับการฝึกการขับเครื่องบินโดยสาร "แอมแบร์" ที่เข้าประจำการใหม่ หากต้องรอให้เสร็จจากการฝึกจะทำให้เสียเวลา จึงแต่งตั้งนายทหารมารับผิดชอบแทน แม้ว่าเวลานี้ “กองทัพบก” จะสามารถชี้แจงข้องกังขาต่างๆ ได้ในทุกประเด็น แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าเวลานี้ “เรือเหาะ”กำลังถูก “เจาะยาง” ซึ่งมีสิทธิ์จะทำให้เรือรั่วจนไม่สามารถบินได้ เหมือนกรณีจีที2000 อีกก็เป็นได้!

เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว