ก.ยุติธรรม ‘อลหม่าน’ ‘ลอบบึ้ม’ สร้างสถานการณ์!
เหตุการณ์ต่างๆ ดูเหมือนยิ่งทวี “ความรุนแรง” ก่อนวันชุมนุมใหญ่ “คนเสื้อแดง” ซึ่งผู้ไม่หวังดีได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมืองกรุงอย่างกรณี “มือมืด” ลอบนำวัตถุต้องสงสัยไปวางไว้ที่ “กระทรวงยุติธรรม” เมื่อช่วงเที่ยงของวานนี้ส่งผลให้เกิดเหตุชุลมุนขึ้นภายในอาคาร “ซอฟแวร์ปาร์ค” ซึ่งเป็นที่ทำการของกระทรวงยุติธรรม โดยหลังจากมีผู้พบ “วัตถุต้องสงสัย” ถูกวางไว้ที่บริเวณห้องน้ำชาย ชั้นที่ 1 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอาคารจึงแจ้งเตือนไปยังพนักงานและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานภายในอาคารทั้ง 38 ชั้น ทำให้สร้างความหวาดวิตกต่อเจ้าหน้าที่และพนักงานถึงความปลอดภัยจึงลงมารวมตัวกันที่บริเวณชั้นล่างพร้อมจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยบางส่วนได้เก็บทรัพย์สินส่วนตัวเพื่อเดินทางกลับบ้านทันที ขณะที่บางส่วนยังรอดูสถานการณ์ทั้งนี้ภาย
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรปากเกร็ดพร้อมด้วยชุดเก็บกู้ระเบิดและสุนัขตำรวจเข้าตรวจสอบพบเป็นถุงพลาสติก 2 ชั้น...ภายในบรรจุกล่อง 2 กล่อง กล่องแรกมีตุ๊กตาพลาสติกหมีออมสิน 2 ตัว ขนม 1 กล่อง และเสื้อผ้าผู้หญิงอีก 1 ชุด ส่วนกล่องที่ 2 พบเครื่องกรองชา และผงชา 1ถุง เจ้าหน้าที่จึงแยกกล่องพัสดุทั้ง 2 กล่อง นำไปตรวจสอบบริเวณที่รกร้างข้างอาคาร โดยมีการนำยางรถยนต์มาล้อมวัตถุดังกล่าว แต่จากการตรวจสอบไม่พบวัตถุระเบิด สำหรับกล่อง
พัสดุที่บรรจุเครื่องกรองชาและผงกาแฟจ่าหน้าถึง “คุณศรีสุดา โฆษิตพิพัฒน์” จาก “คุณกมลรัตน์” ไม่ระบุนามสกุล แต่ระบุที่อยู่ชัดเจนผู้สื่อข่าวรายงานว่า...ในช่วงเช้าได้เกิดเหตุไฟฟ้าขัดข้องภายในตัวอาคารซอฟแวร์ปาร์คเป็นระยะๆ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งเกิดความกังวลว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับ “ประเด็นทางการเมือง”ด้าน “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า...เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ประสานมายังเจ้าหน้าที่ว่าพบ
วัตถุต้องสงสัย ซึ่งตนเองเชื่อว่า...ไม่น่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงแต่อย่างใด โดยเห็นว่าอาจเป็นเพียงการสร้างสถานการณ์หรือมีผู้ลืมของไว้โดยไม่ได้ตั้งใจเท่านั้นในมุมมองของ “รองปลัดกระทรวงยุติธรรม” ท่านมองเหตุการณ์ดังกล่าวในแง่ดี...แต่อย่าได้นิ่งนอนใจเพราะแท้ที่จริงแล้ว “มือที่สาม” ที่ผู้คนมักกล่าวอ้าง...สุดท้ายกลุ่มคนเหล่านี้คือ “มือที่หนึ่ง” ล้วนสร้างเรื่องเล่นละครตบตาจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน...ประเทศชาติมันถึงเกิดความหายนะเฉกเช่นทุกวันนี้!
เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว