Skip to Content

สำนึก‘พรรคร่วมฯ’ ไม่ใช่‘ตัวสำรอง’ทั้งปีทั้งชาติ



การสร้างพรรคการเมืองขึ้นมา...เพื่อเป็นเพียง“ไม้ประดับ” ของสังคมประชาธิปไตยควรจะต้องเลิกไปเสียให้หมดเพราะพรรคการเมืองลักษณะนี้มีไว้ก็พลอยแต่จะเป็น“ขี้เรื้อนแปดเปื้อน” ต่อระบอบประชาธิปไตยสังเกตได้จากตั้งแต่ก่อกำเนิดรัฐบาลไข่ในหิน “ประชาธิปัตย์”ขึ้นมา...ประชาชนยังไม่เคยเห็น “พรรคร่วมรัฐบาล”แสดงออกถึงความเป็นพรรคการเมืองที่ดีเลยสักเรื่องนอกจากเรื่องสำคัญคือการดูแลรักษาผลประโยชน์เฉพาะตนเท่านั้นในทุกยุคทุกสมัยอุดมการณ์ทางความคิดของ “ผู้เป็นพรรคร่วม” การจะถอนตัวออกจากรัฐบาลก็ต่อเมื่อ“ผลประโยชน์” อันพึงควรได้รับไม่สมอารมณ์หมายรอเพยี งวา่ ใครจะไดเ้ปน็ ผนู้ าํ...

ใครจะเปน็ คนพลกิ เกม...โดยมี “ผลประโยชน์” และ “เศษอำนาจ” เป็นเครื่องต่อรองเพราะพรรคร่วมรัฐบาลของประเทศไทยถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อ“ธุรกิจทางการเมือง”หาก “ฟา้ เปลยี่ นส”ี เมอื่ ใด...พวกทา่ นจะสามารถยนื อยบู่ น“สองแข้ง” ของตัวเองได้อย่างนั้นหรือ?ในเมอื่ วนั นยี้ งั ไมป่ รบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมทาํตวั เปน็ “ผนู้ าํ” มใิช่เป็น “กาฝาก” อาศัยเกาะต้นไม้ใหญ่เพื่อหากินในอดีตสมัยรัฐบาล “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” เขายังไม่ได้แสดงฝีมือในการบริหารประเทศ...โดย 6

พรรคร่วมรัฐบาล “ยอมรับ”ให้เขาขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งเกิดปัญหาเพราะมี “ม็อบสีหนึ่ง” เข้ามาขับไล่กระทั่งเกิดการ “เปลี่ยนขั้วย้ายข้าง” พรรคร่วมรัฐบาลโยกย้ายเอนเอียงมาทางรัฐบาลไข่ในหินชุดที่มี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ”เป็นนายกรัฐมนตรีประชาชนได้ให้โอกาสทำงานมาปีกว่าระหว่างพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคร่วมฯ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาดูเหมือนจะ “เละไม่เป็นท่า”หลายเรื่องเป็น “สองมาตรฐาน” หลายเรื่องมี “นิติกรรมอำพราง” และหลายเรื่องมี

การ “อมงบประมาณ”ประชาชนทุกคนย่อมต้องมอง ส.ส.ทุกคนในคณะ “เหมารวม”ว่าเป็นรัฐบาลในยุคของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่บริหารบ้านเมืองไม่เป็นธรรมและนำพาความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนครั้งหน้าจะไม่มีใครเอากับพวกท่านอีกต่อไป!โดยเฉพาะ “พรรคประชาธิปัตย์” ย่อมรู้ดีแก่ใจ....หากยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อใด...ฟนั ธงไดว้า่มี“ความเสยี่ งสงู” ทตี่ ระเตรยี มตวัเป็น“พรรคฝ่ายค้าน” ไปอีกยาว...เพราะการบริหารราชแผ่นดินในช่วงขึ้นอำนาจ

ด้วยประกาศิต“เทพประทาน” ที่ผ่านมานักการเมืองเหล่านี้เข้ามาทำความเสียหาย...มากกว่าเข้ามาทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติเพราะมาเป็นรัฐบาลเมื่อใดมีแต่สร้างเรื่องสร้างเงื่อนไขต่างๆ จนผู้คนรับไม่ได้ถึงแม้จะมีการระดม “นักวิชาการ” ออกมาพูดทางช่องหอยม่วงว่า...ทางออกของการเมืองยังมีมากมาย ทั้งในด้านรัฐสภา และองค์กรอิสระแต่ทว่า...ไม่มีใคร “เชื่อนํ้าลาย” เพราะหลายครั้งหลายคราที่ “ประชาธิปัตย์” พร้อมปล่อยประชาชนให้ทิ้งร้างคอยเก้อนักวิชาการที่

ออกมาพูดก็ช่างสวมบทบาท “นันทะวิศาล”รับลูกสอดคล้องอย่างยอดเยี่ยมถามตรงๆ...ไมร่ หู้ รอื วา่ “องคก์ รอสิ ระ” มใิชช่ อ่ งทางอนั พงึ่ ได้ของประชาชนได้อีกต่อไป เพราะคณะผู้ทำงาน “ถูกกดดัน”วางหมากวางเกมเอาไว้โดยผู้มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดองค์กรอิสระจึงไม่ใช่องค์กรของประชาชน...แต่เป็นองค์กรของใครบางคนวันนี้เห็นแล้วว่า “มวลชนคนเสื้อแดง” เป็นจำนวนหลักแสน...หลักล้าน...ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและสิทธิเสรีภาพทางการเมืองเพื่อขับ

เคลื่อนประเทศชาติให้เดินไปในทิศทาง “ประชาชน”ต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน...มิใช่ขี้ข้าที่ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างเอาเป็นเอาตายความเลวร้ายเหล่านั้นจะหมดสิ้นไปในอีกไม่นานนี้แต่ดูเหมือนรัฐบาลเองก็ยังอาศัยทฤษฎี นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวทว่าทฤษฎีอย่างนี้มันเหมาะแก่ “นักบวชนักพรต” ไม่เหมาะกับผู้ที่ “หวงแหนอำนาจ” และผู้ที่เป็นเพียง “นอมินี” ของระบอบ “รัฐประหารซ่อนรูป” แต่อย่างใดดังนั้น...ต้องถาม “พรรคร่วมฯ” ว่าพวกท่านมองการณ์ไกลเห็นเส้นทางการ

เมืองในภายภาคหน้าอย่างไร?เพราะการเปลี่ยนขั้วสลับข้างมันถือเป็นเรื่อง “ปรกติ”แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนืออำนาจทางการเมืองของพวกท่าน คือ“การตกผลึก” แล้วทางความคิดของประชาชนนักการเมืองคนใดสามารถทำให้เขาอิ่มท้องนอนหลับสบาย...พรรคการเมืองใดสามารถทำให้ชีวิตของเขาสุขสบายด้วยความเท่าเทียมภายใต้กฎหมายเดียวกันประชาชน “คิดเป็น” และพยายามใช้ความคิดให้ละเอียดรอบคอบมากยงิ่ ขนึ้ ในการเลอื ก “ผแู้ ทน” ของพวกเขาเขา้ ไปนั่ง

ทำหน้าที่สำคัญในสภาฯถึงเวลาแล้วหรือไม่ที่ “พรรคร่วมรัฐบาล” ต้องไม่แสดงบทบาทเป็น “ตัวสำรอง” คอยพลิ้วไหวไปตามแรงลมเพราะทุกคนมีความสำคัญเท่าเทียมกันหมด...ระหว่างการผูกใจ “ผลประโยชน์ต่างตอบแทน” ในระบบการเมืองกับ “ผลประโยชน์ระยะยาว” ที่ประชาชนมอบให้...อย่างไหนมันดีกว่ากัน?“พรรคร่วม” ควรที่จะต้องปรับวิธีคิดแบบใหม่ เพราะหากยังกระทำตนอย่างนี้ต่อไป ไม่แน่อนาคตจะต้องไปนั่งฟังเพลงปลุกใจที่มีวลีเด็ดว่า...“วิญญาณปู่จะ

ร้องไอ้ลูกหลานจัญไร...ไทยฆ่าไทยให้ชาติอื่นครอง...”อย่าคิดว่า...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ สุเทพ เทือกสุบรรณแห่งพรรคประชาธิปัตย์มีความ “เหนือกว่า”อย่าคิดว่า...พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ และ ยงยุทธ วิชัยดิษฐแห่งพรรคเพื่อไทยคือ “แคนดิเดทคนสำคัญ” หากมีการเลือกตั้งใหม่ครั้งหน้าแล้วพวกท่านจะ “สู้ไม่ได้”ทุกคนใน พรรคร่วมฯ ต่างเป็น “ตัวจริง” ไม่ใช่ “ตัวสำรอง”วันนี้ประชาชนที่แต่งตัวออกจากบ้านมาเดินประท้วงเต็มท้องถนนเพื่อเรียกร้องสิ่งที่พวกเขา “ถูก

พรากไป” มันมหาศาลเพียงใด...เชื่อว่าทุกคนได้เห็น “เต็มสองลูกกะตา”และมวลชนเหล่านั้นเขาเลือกที่จะอยู่ “ฝ่ายใด” หากเกิด“อภินิหาร” ฟ้าเปลี่ยนสี...ไม่วันหนึ่งวันใดเพราะไม่มีใครรู้ว่า...แรงปรารถนาของประชาชนจะทำให้“ประชาธิปัตย์” ทนทานได้ไปได้อีกนานขนาดไหนหากพรรคร่วมยังไม่รีบปรับเปลี่ยนความคิดประชาชน...เลือกยืนอยู่ข้างเดียวกับ “ความถูกต้อง”เมื่อถึงวันนั้นอาจมีการ “สูญพันธ์ุ” เกิดขึ้น! 

เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว