สมประสงค์ บุญยะชัย หุ้นขึ้นก็เสียวได้
สร้างความประหลาดใจพอสมควรสำหรับกระดานหุ้นไทยที่ขึ้นไปปิดในแดนบวกสูงสุดอีกครั้งในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งเป็นดัชนีสูงสุดในรอบ 20 เดือน อันมีสาเหตุจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาซื้ออย่างต่อเนื่องความจริงก็เป็นเรื่องไม่น่าแปลกอะไรที่หุ้นไทย (โดยเฉพาะในวันที่ 16 มีนาคม) จะเพิ่มขึ้น 17.37 จุด มาปิดที่ระดับ 752.20 จุด หากว่าจะไม่สวนทางกับสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา และประชาชนแห่กันมาร่วมชุมนุมมากกว่า 1 ล้านคน สูงสุดเป็นประวัติการณ์ร้อนขนาดนี้หุ้นน่าจะปรับตัวไหลลง เพราะโอกาสยุบสภามีสูงนักวิเคราะห์กล่าวว่า 4 เหตุผลหลักที่ทำให้ฝรั่งเข้ามาไล่ซื้อหุ้น
ไทยคือ 1.ปัญหาการเมืองถือเป็นเรื่องภายในประเทศ และคาดว่าจะไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง 2.มีการโยกเงินจากตลาดหุ้นใหญ่ๆ เช่น ตลาดหุ้นจีน ฮ่องกง ไต้หวัน มาลงทุนในตลาดหุ้นที่เล็กกว่า เช่น ไทย อินโดนีเซีย 3.ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนปี 2552 ออกมาดีกว่าที่คาด และ 4.ค่าเงินสกุลใหญ่ๆของโลกอ่อนค่าลง ทั้งดอลลาร์ ยูโร และปอนด์ เลยเข้ามาเก็งกำไรในสกุลเงินที่เล็กกว่าแทนโดยกลุ่มหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุดคือ กลุ่มธุรกิจพลังงาน กลุ่ม
ธุรกิจการเงินการธนาคาร และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ความร้อนแรงของตลาดหุ้นทำให้คิดถึงหุ้นของบริษัทใหญ่ 2 กลุ่มคือหุ้นกลุ่มบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด หรือ เอไอเอส กับหุ้นกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น หรือ ชินคอร์ป ที่เคยเป็นของนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร หุ้นที่ทำให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ 4 หมื่นล้านบาท โดยพิจารณาว่าหุ้นของกลุ่มชินคอร์ปและเอไอ
เอสที่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงปี 2547 เพราะได้รับผลประโยชน์จากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรในขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณพยายามออกมาอธิบายว่า ตลาดหุ้นในยุคนั้นขึ้นกันทุกตัว ไม่ใช่เฉพาะหุ้นกลุ่มชินคอร์ป หรือ เอไอเอสปัญหาดังกล่าวบานปลายจนมีการวิพากษ์กันแซ่ดว่าอาจมีการรื้อสัมปทานที่ทำกันไว้ในอดีตมาพิจารณาใหม่ และอาจทำให้เอไอเอสและชินคอร์ปต้องจ่ายค่าเสียหายย้อนหลังเป็นเงินจำนวนมหาศาลร้อนถึง สม
ประสงค์ บุญยะชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ ประธานกรรมการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) คนปัจจุบัน ต้องออกมาเปิดแถลงข่าวว่า การวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกมาด้วยอารมณ์และความรู้สึกเป็นหลัก บริษัทยังไม่ได้รับหนังสือหรือเอกสารใดๆจากทางการโดยเชื่อว่าคงไม่เกิดปัญหาดังกล่าวกับบริษัท เพราะการทำนิติกรรมทุกประเภทกับหน่วยงานราชการถูกต้องตามกฎหมายทุก
ประการประกอบกับปัญหาทางการเมืองกับการดำเนินงานทางธุรกิจคนละเรื่องกันสบายใจได้! เอไอเอส และ ชินคอร์ป ไม่มีปัญหากับรัฐแน่นอนหันไปมองกระดานหุ้นที่ขึ้นกันกราวรูดเมื่อสัปดาห์ก่อน ทั้งชินคอร์ปและเอไอเอสก็ได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกันหุ้นขึ้นทีไรผู้บริหารก็ต้องปลื้มใจเป็นธรรมดาแต่หุ้นขึ้นรอบนี้ “สมประสงค์” อาจเสียวบ้างเล็กน้อย!!!
เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว