Skip to Content

รถเมล์ 4,000 คัน ยังไงก็ ‘ผ่าน’



งึกๆ งักๆ มันเป็นกระอึกกระอัก...บทเพลงของนักร้องลูกทุ่งชื่อดัง“ปอยฝ้าย มาลัยพร” ที่ดูจะชงเข้ากับเรื่องโครงการเช่ารถเมล์ NGV 4,000 คัน...เสียเหลือเกินหลายอย่างยังคงดู ติดขัด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ประชาธิปัตย์ ที่ทีมกุนซือนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เห็นตรงกัน...อย่าได้มีการปล่อยให้ผ่านมติคณะรัฐมนตรี!เพราะโครงการรถเมล์ 4,000 คัน...คนส่วนใหญ่ต่างรู้ดีว่า มี เงื่อนงำ และเบื้องลึก ของผู้ที่ต้องการ “ผลักดัน”ให้ทำโครงการนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องของโครงการใหญ่ที่มี“ผลประโยชน์” มหาศาลซ่อนเร้นอยู่ภายในข้อเท็จจริง คือ รถเมล์เหล่านี้มีราคาจัดซื้อ “แพงกว่า” ท้องตลาดที่จำหน่ายกันทั่วโลก ซึ่งเป็น “ส่วนต่าง” ที่คิดเป็นจำนวนเงินที่สูงมากเป็นเหตุให้นายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์”สั่งให้นำกลับไปพิจารณาใหม่ โดยจะมีการเลื่อนไปประชุมใน ครม.สัปดาห์หน้าเรื่องนี้จึงเป็นการ “วัดใจ” นายกฯอภิสิทธิ์ กับ โสภณ ซารัมย์ บุรุษผู้เป็นมือขวา “เนวิน ชิดชอบ” ในฐานะ รมว.คมนาคมสัญญาใจที่ให้ไว้...ยังจำได้หรือไม่?!?โดยเฉพาะ “โสภณ ซารัมย์” ผู้มีอำนาจ

หน้าที่ดูแลเรื่องนี้โดยตรง และโดยส่วนตัวเป็นเรื่องที่ รอมชอมยอมความ กันไม่ได้เพราะถือเป็น “ภาระหน้าที่” ที่ได้รับมอบหมายมาจากคำสั่งของ “ลูกพี่”เป็นเรื่องช้าไม่ได้...ต้องรีบเร่งดำเนินการสรุปแล้วคือยังไง??กับ “กติกาทางใจ” ที่ ประชาธิปัตย์ให้ไว้เกี่ยวดองกับ กลุ่มเพื่อนเนวิน ก่อนที่จะมีการ “ร่วมรัฐบาล”“บางกอกทูเดย์” มองในแง่ ทฤษฎีของพรรค ประชาธิปัตย์ ถึงแม้เรื่องนี้จะไม่มีการขีดเขียนเป็น “ลายลักษณ์อักษร”แต่กติกาหรือ สัญญาทางใจ ที่เคยให้ไว้และ “ผ่านไป” เป็นที่เรียบร้อย...ก็ไม่ใช่เรื่องจำเป็นที่จะทำให้เรื่องนี้ “ผ่านฉลุย”ไปได้ง่ายๆพูดง่ายๆ ตามทฤษฎี ปชป. ไม่ให้เข้า4–5 ครั้ง...แต่สุดท้ายก็ต้อง “ได้เข้า” ภาษาจิ๊กโก๋สมัยนี้เขาเรียกว่า...ทำให้เนียนวางเงินร้อย เอาของเหม็นสีเหลือง 1 กองเดิมพัน...ก็ยังยอม!อุตส่าห์ตัดใจ...เฉือนงบโครงการเช่ารถโดยสารเอ็นจีวี4,000 คัน เป็นเวลา 10 ปี ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จากเดิม 69,788ล้านบาท เหลือ 67,992.20 ล้านบาททั้งยังได้แจกแจงรายการที่ปรับลดลงอย่างละเอียดยิบว่า…เป็นค่าเช่ารถโดยสาร 2,082 บาท จากเดิม2,195 บาท ค่าลงทุนระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์หรือ E-TICKET และระบบตรวจสอบการเดินรถ หรือ GPS 150 บาทจากเดิม 157 บาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆ136 บาท จากเดิม 139 บาทแต่ปรากฏว่า...ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พ.ค.52ไม่ได้มีการพิจารณาโครงการแต่อย่างใด...นั่นอาจจะเป็นเพราะว่า...เสียงคัดค้านที่หนักหน่วงจากกลุ่ม 40 ส.ว. ที่เห็นว่า

โครงการนี้จะทำให้ ขสมก. ขาดทุนเพิ่มขึ้นทั้งยังเป็นภาระต่อประชาชนผู้เสียภาษีที่ต้องแบกรับไปอีก 10 ปีเพราะไหนจะทั้งค่าเช่าที่สูง ระยะเวลาเช่าที่ผูกพันยาวเกินควร และยังประมาณการรายรับค่าโดยสารที่จะนำมาจ่ายค่าเช่าเกินจริงมากจนเกินไปรวมทั้งทีมที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คือคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์, นายสาวิตต์โพธิวิหค, นายกนก วงษ์ตระหง่าน, นายอภิรักษ์โกษะโยธิน และ นายบัณฑิต ศิริพันธ์ได้ให้แง่คิดไว้ว่า หากโครงการต่างๆ ที่พรรคร่วมรัฐบาลเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณานั้นหากเห็นว่าโครงการอะไรไม่ถูกต้องหรือว่าหากอนุมัติไปแล้วจะมีปัญหาการทุจริตรัฐบาลก็มิควรยอม...ฉะนั้น...ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงมิได้นำเรื่องโครงการเช่ารถโดยสารเอ็นจีวี 4,000 คันมาพิจารณา และคงถูกตีกลับไปให้แก้ไขรอบแล้วรอบเล่าเป็นภาพ “หน้าฉาก” ที่ทำให้ประชาชนเริ่มเห็นแล้วว่า...ประชาธิปัตย์ กับ พรรคร่วมเริ่มแตกคอ“ประมวล เอมเปีย” ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาบ่นดังๆ ว่าคนในพรรคเริ่มอึดอัดที่พรรคร่วมรัฐบาลบีบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อขอโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเช่ารถเมล์ 4,000 คัน ที่ราคาเช่าสูงเกินจริง...“นายประมวล” ยังได้ฝากถามกลับไปยังพรรคร่วมรัฐบาลเหล่านั้นด้วยว่า คิดถึงประโยชน์ของชาติบ้างหรือเปล่า หรือเอาแต่คิดถึงประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียวเป็นประโยคหนึ่งที่ชวนให้คิด...แต่แหม! ท่านพูดออกมาได้ เต็มปากเต็มคำเช่นนี้ มันไม่ดูเป็นภาพที่ “สวยหรู” สำหรับประชาธิปัตย์ไปหน่อยหรือ??ถ้างั้นลองนึกย้อนคิดถึงคำให้สัมภาษณ์ของ“นิพนธ์ พัวพงศกร” ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

กรณีที่รัฐบาลมีมติเห็นชอบให้กระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 800,000 ล้านบาทมาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจกันดูว่า“สิ่งหนึ่งที่จะทำให้การใช้จ่ายเงินมีประสิทธิภาพคือ การวางมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาเรื่องการทุจริต เรียกค่าคอมมิสชั่นในการลงทุนโครงการต่างๆ สูงถึงตัวเลข 20%”หรือคิดกันเล่นๆ 100,000 บาท จะได้ค่าคอม 20,000 บาท...แต่ถ้าเป็น 800,000ล้านบาท ก็จะได้ค่าคอมมิสชั่น 160,000ล้านบาทอู้หู...แม่เจ้าโว้ย!จับตาดูกันเองก็แล้วกันว่า 800,000 ล้านบาทที่จะกู้เป็นการลงทุนโครงการไหน กระทรวงใดบ้าง และพรรคใดที่จะได้งบมากที่สุด“คิดถึงประโยชน์ของชาติบ้างหรือเปล่า หรือเอาแต่คิดถึงประโยชน์ของตัวเองอย่างเดียว”ไหงเสียง “นายประมวล” ถึงดังก้องเยี่ยงนี้โครงการรถเมล์ 4,000 คัน...เป็นประเด็นที่“สังคม” กำลังจับตามอง เพื่อหาคำตอบว่า“ประชาธิปัตย์” จะยอมหักเพื่อนเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติจริงๆ อย่างนั้นหรือ??หากเป็นเช่นนั้น...วิญญาณ “บรรพบุรุษเก่าๆ” ประชาธิปัตย์ คงส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ด้วยความชื่นชมปีติยินดี...เออ! ลูกหลานกูทำได้แต่สุดท้าย...มหากาพย์เรื่องนี้ยังไม่จบและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบ ท่านผู้ชมต้องติดตามอย่างใกล้ชิดกันต่อไปใครกัน! ระหว่างน้องมาร์ค พี่เน น้าเทพ...ที่จะเป็นผู้ “ยิ้มแก้มปริ” หรือ “ฝืนยิ้ม”กับโครงการรถเมล์ 4,000 คันคราวนี้!!! ■

เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว