วันกลับของทักษิณ
ก็สร้างเรื่องสร้างข่าวกันขึ้นมาเรื่อยๆ เรื่องจะเอาตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาติดคุกในเมืองไทยก็โกหกคนไทยกันไปวันๆ..เบิกงบประมาณกันไปใช้จ่าย..ไล่ล่าจะเอากลับมารับโทษทั้งๆ ที่รู้แน่แก่ใจว่า..จะไม่มีวันสำเร็จ..และมันเป็นไปไม่ได้เพราะ..ความผิดของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้น..มันเกิดขึ้นหลังจากโดนปฏิวัติรัฐประหารโดยกำลังกองทัพ..อำนาจที่เกิดจากการปฏิวัติยึดอำนาจนั้น..มันมีอยู่ในประเทศไทย แต่มันไม่ถูกยอมรับในสากลโลกและข้อหาที่ตั้งโดยรัฐบาลปฏิวัตินั้น..มันไม่เป็นสากลในโลกแถมยังเป็นคำพิพากษาโดยศาลเดียวเข้าไปด้วยการยอมรับจากประชาคมโลกก็ยิ่งน้อยลงไปอีก..ในวันนี้..ก็ยังมีคนไทยหลบหนีคดีอยู่ในโลกมากมาย..ทั้งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย..ความผิดที่ถูกกล่าวหาก็เป็นเรื่องอาชญากรรมธรรมดาพิพากษาโดยศาลสถิตยุติธรรมตามกระบวนการอันเป็นสากลวันนี้ก็ยังเอาตัวพวกเขามาลงโทษไม่ได้อีกทั้ง..ความผิดที่นำไปกล่าวโทษนั้น..ต้องเป็นความผิดที่พวกเขายอมรับหรือ
เป็นความผิดในบ้านเขาเมืองเขา เช่น ค้ายา ฆ่าคนตาย หรือจี้ปล้นหากจะได้ ทักษิณ ชินวัตร กลับมานั้น..มันต้องใช้วิธีที่เป็นการกระทำอาชญากรรม..เช่นแบบที่ประเทศอิสราเอลกระทำต่อนักโทษสงครามชาวเยอรมัน ที่ต้องคำพิพากษาของศาลสงคราม..ยิวส่งกองกำลังไปอุ้มตัวเข้ามารับโทษแล้วใครหน้าไหนจะกล้า..เพราะแต่ละประเทศที่อดีตนายกรัฐมนตรีเข้าไปอยู่อาศัย..ประเทศของเขาก็ดูแลรักษาความปลอดภัยให้อย่างเต็มที่โป๊ปสังฆราชแห่งคริสต์ศาสนา..ยังให้เข้าเฝ้า..นั่นแปลว่า..เขาไม่รับสภาพนักโทษหนีคดีที่ประเทศไทยกล่าวหา..ทักษิณ ชินวัตร..ยังมีโอกาสที่จะลี้ภัยการเมืองและใช้พาสปอร์ตของยูเอ็นได้หากเขาต้องการ..เพียงแต่การใช้พาสปอร์ตยูเอ็นนั้น..คงเป็นทางเลือกสุดท้ายรัฐบาลไทยปัจจุบัน..ต้องเลิกโกหกกับประชาชนเสียที..แล้วก้มหน้าก้มตาบริหารราชการแผ่นดินต่อไปหากรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้..ประเทศไทยไปไม่ไหว..เลือกตั้งใหญ่ข้างหน้า..พรรคของเขาจะเป็นผู้ชนะ และประชาชนจะเรียกร้องให้เขากลับมาบริหารก็ประชาชน..เป็นเจ้าของประเทศไม่ใช่หรือ ■
ตกน้ำไม่ไหล
ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย....คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้...ศัตรูจะกลับเป็นมิตร มิตรจะเป็นมหามิตร...ประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ตาบอด...ท่านพูดได้ตรงไปตรงมาดีครับ
กลับมาก่อนที่ประเทศไทยจะล้มละลาย
...มาถึงนาทีนี้ อปิสิด ยังอยากให้ทักษิณกลับมาอีกหรือ..
ผมนึกถึงนโปเลียน ตอนถูกเนรเทศไปอยู่เกาะ แล้วกลับมา ทหารที่ส่งให้ไปจับกลับยอมเข้าด้วย..ผมว่าถ้าวันนี้ ทักษิณบินกลับมาจริงๆ แล้วประกาศว่าผมนี่และจะกอบกู้เศษฐกิจให้กลับมาดีดั่งเดิม..คลื่นมหาชนจะว่าอย่างไร..อย่างน้อยๆทักษิณจะดีจะชั่ว..ก็ไม่เคยทำให้เศษฐกิจของไทยย่ำแย่ขนาดนี้...คนดีๆที่อวดอ้างตัว กำลังมัวทำชาติพัง..พังแบบไม่รู้ตัว..พังแบบไม่สำนึก ว่าฝีมือไม่ถึง..แต่อยากเข้ามาบริหาร อยากเข้ามาเป็นนายก..แล้วภูมิใจไหม..ได้เป็นนายก ได้เป็นรัฐบาล ที่ก่อหนี้ให้ประชาชนมากที่สุด
..หรือเป็นสิ่งที่ต้องการทำมานานแล้ว..............
เบื้องหลัง
เบื้องหลังที่น่ากลัว คือความเชื่อบวกความอิจฉา ความหมั่นไส้ ไม่ชอบขี้หน้าส่วนตน การที่บ้านเมืองมีคนที่อายุมากๆ แต่ความคิดเป็นเด็ก และฟังความข้างเดียว ฟังแต่สีเหลืองพุดล้างสมองทุกวัน รัชกาลที่5กล้าตัดสินใจเลิกทาสได้โดยปราศจากแรงต้านของคนชั้นปกครองก้เพราะความดีและสิ่งที่ท่านทำเพื่อแผ่นดิน เป็นบารมีที่สร้างความเชื่อมั่น ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันนี้ ผมอยากขอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะก่อให้เกิดการที่มิให้มีอำนาจใดอยู่นอกเหนืออำนาจปวงชนชาวไทย ที่จะกำหนดความเป็นไปของชาติ ไม่ควรมีอำนาจส่วนตัวใครสร้างความอยุติธรรมให้กับคนไทย ขอท่านตัดสินใจทำสิ่งที่ ให้ปวงชนชาวไทยมีสิทธิ ที่จะไปสู่การปกครองด้วยความเสมอภาค โดยไม่มีใครอยู่เหนือกฏหมายด้วยเถิด คนเกินครึ่งประเทศเขารู้กันหมดแล้วว่าใคร ทำอะไรอยู่การสื่อสารปัจจุบันไม่เหมือนสมัยก่อน เด็กมัธยมยังรู้ ท่านอาจจะถูกชาวโลกประนามเหมือนรัฐบาลทหารพม่าในเร็ววัน ถ้าไม่เร่งคืนประชาธิปไตยด้วยการนิรโทษกรรมทุกเรื่องตั้งแต่วันรัฐประหาร
เลือกตั้งซ่อม
ผมคิดว่าทุกวันนี้คนต่างจังหวัดเขาเข้าใจแล้วว่าผู้นำที่มาจากปชตแท้ๆนั้นให้อะไรแก่เขา ครั้งนี้เลือกตั้งซ่อมมีการซื้อเสียงแน่นอน ถ้าไม่มีการโกงโดยเจ้าหน้าที่เปลี่ยนหีบบัตร ผมมั่นใจครับเพื่อไทยมาแน่นอน เพราะคนไทยกตัญญู และเกลียดคนเนรคุณ
ผู้พลิกประวัติศาสตร์
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย จะทำยังไงไม่ให้โดนใบเหลืองหรือแดง แต่ที่แน่ๆพรรคนี้มีต้นทุนความรักและความเชื่อมั่นจากประชาชนที่ลึกซึ้งและยากที่จะใช้เงินซื้อความคิดได้แต่เงินอาจซื้อใจเจ้าหน้าที่ที่ตั้งใจโกงกับเงินใช้จ้างพวกวิชามารมาสร้างฉากใส่ร้าย ผมขอชี้ชัดไปเลยว่าผู้สมัครพรรคเพื่อไทยมีหน้าที่สกัดการโกงและวิชามารทุกรูปแบบ ไม่ต้องเน้นหาเสียงครับ คนอีสานเค้ารักทักษิณเกือบทุกคน การไม่ต้องซื้อเสียงและชนะการเลือกตั้งได้คือการพลิกประวัติศาสตร์การเมืองที่ยิ่งใหญ่ครับท่าน
ผลได้ที่คุ้มค่า
การใช้หนี้ไอเอ็มเอฟ520000 ล้านสร้างมูลค่าเพิ่มที่ประมาณไม่ได้ สร้างงานสร้างเงินสร้างกำลังใจและคณภาพชีวิต ชายคนนี้ ทำเงินแผ่นดินเพิ่มไม่ต่ำกว่า1ล้านล้านขึ้นไป ประเทศไทยจะไม่เหลืออะไรให้ลูกหลานดู ก็เพราะการมองอะไรในแง่ร้ายเกิน และชอบเชื่อข่าวลือโดยปราศจากหลักฐาน และหลงไปว่าควรเชื่ออำนาจอื่นที่เหนือรัฐธรรมนูญ ซึ่งอำนาจที่อยู่เหนือนั้นมีแต่เพียงอำนาจกรรมเท่านั้น
คนทำเป็นผู้ไม่เก่ง,คนพูดเก่งทำไม่เป็น
รัฐบาลอภิสิทธ์..ถนัดออกงาน..งานสายบันเทิงยังไป.ไปพรีเซนต์ตัวเอง..พูดเก่งจริงๆแต่ทำไม่เก่ง..แต่อวดเก่ง
อำนาจ นิติบัญญัติ, อำนาจ บริหาร, อำนาจ ตุลาการ,บิดเบือนไป
อำนาจ นิติบัญญัติ, อำนาจ บริหาร, อำนาจ ตุลาการ,บิดเบือนไป
ประเทศไทย แปลกมาก ๆ ผมว่า มันต้องมีใครบางคน อยู่เบื้องหลังแน่นอน ผมอยากทราบว่า ใคร ที่มีบารมีขนาด กำหนดบทบาทของ อำนาจ ที่เป็นที่รู้กันว่า เป็นอำนาจ ที่รองรับ พระราชอำนาจ ของพระเจ้าแผ่นดิน ผ่าน
อำนาจตุลาการ( ทางศาล)
อำนาจนิติบัญญัติ (ทางรัฐสภา)
อำนาจบริหาร(ทางนายกรัฐมนตรี)
ให้สอดประสาน ไปในทางเดียวกัน มาตลอดเวลา ยาวนาน ต่อเนื่องมาสาม สี่ปีแล้ว และใครบางคนที่ว่านั้น จะต้องกำหนด บทบาท ของสาม สถาบันนี้ ไปอีกนานแค่ไหน มันเป็น ”ขบวนการ ครอบงำ ” อำนาจ อธิปไตยของประเทศไทยอยู่
คณะกรรมการสมานฉันท์ ได้ โปรดทราบด้วย ครับ แต่ถ้าไม่มีผู้อยู่ เบื่องหลัง อำนาจ อธิปไตย ชองประเทศ การบริหารประเทศ ในปัจุบัน ทำไมถึง บิดเบือนความเป็นธรรม ไปครับ
พูดถึงบรรพบุรุษ
ตั้งแต่เริ่มเป็นประเทศมาเราก็ยังยกย่องวีรกรรมที่ได้มาเป็นประเทศเอกราษฏ์ ที่บรรพบุรุษเราสร้างมา และอีกร้อยปีข้างหน้าลูกหลานไม่รู้จะสรรเสริญรึสาปส่งบรรพบุรุษยุคนี้
เขียนได้ดีครับตรงได้ตรงมาชัดเจน
ขอบคุณครับสำหรับข้อเขียนที่แหลมคม ในมุมมองที่ผู้คนในสังคมสมควรทราบ ผมขออนุญาติ copy ข้อความไปเผยแพร่ให้ชาวบ้านไม่มี อ่านนะครับ ที่อำเภอผมมีแต่หนังสือพิมพ์หัวสีไม่กี่ฉบับ กับหนังสือดาราภาพยนต์
ขอบคุณครับ
บทความที่ถูกใจ
ผมติดตามผลงานของท่านและซื้อบางอกทูเดย์ทุกวัน บทความนี้ดีมากและถูกใจมากสำหรับผมที่มีความอีดอัดกับสื่อมวลชนกระแสหลักในปัจจุบัน
รัฐธรรมนูญเฉพาะกิจ
รัฐธรรมมนูญเฉพาะกิจ สร้างโดยสสร แต่งตั้งที่ได้รับมอบหมายเพื่อทำลายระบบพรรคการเมือง กฏหมายสูงสุดที่ทำลายชาติ ทำลายทั้งสามสถาบัน ก้ในเมื่อมันไม่ดีทำใมเรายอมรับมันหละ ก็แม้แต้ไอ้พวกที่กดดันให้ทหารปฏิวัติขึ้นมานั่งเป็นสสร มันยังไม่เคารพกฏหมายแล้วชาวไทยจะยอมรับรัฐธรรมนูญที่ลิดรอนอำนาจพระมห ากษัตริย์ในการโปรดเกล้าแต่งตั้ง กกต คตส ปปช และตุลาการรัฐธรรมนูญ คนทั้งประเทศควรร่วมกันเรียกร้องให้คณะทั้งหลายออกไป คืนอำนาจนี้ให้พระมหากษัตริย์ ให้มีกระบวนการที่ชอบธรรมในการสรรหาที่ถูกต้องและโปรดเกล้าใหม่โดยแท้จริงแล้วถึงจะมาพิจารณาคดีตั้งแต่19 กยใหม่ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของความชอบธรรมและคืนความยุติธรรมให้สังคม การเอาประธานศาลปกครอง ประธานศาลฎีกา มาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยที่ก่อนยึดอำนาจท่านไปร่วมประชุมวางแผนปฏิวัติคนเค้ารู้กันไปทั่วโลกผู้นำต่างชาติรู้กันหมด มาตัดสินคดีการเมือง ไม่มีใครยอมรับได้ เค้ามองผู้นำไทยอย่างดูถูกจนไม่อยากคบค้าด้วยถ้าเราแก้รัฐธรรมนูญเรื่องยุบพรรค กับเอาองกรอิสระปลอมออก เอาสวแต่งตั้งออกแล้วให้มีสสรใหม่ที่ยอมรับได้ ประเทศไทยจะเป็นที่ยอมรับ
หลอกให้กลับมาตายที่เมืองไทย..
ประเด็นการพิพาท ระหว่างอภิสิทธิชน กับประชาชนภาคเกษตรและแรงงาน ในทางการเมืองของประเทศไทยไม่มีวันที่จะจบลงได้แน่นอน ถ้าอภิสิทธิชนยังซักใยการปกครองของไทย+กับการใช้กำลังทหารสนับสนุนการปกครองในระบบที่อ้างเป็นประชาธิปไตยอยู่
ปัจจุบันก็ได้ใช้ทุกวิถีทางเพื่อกำจัดระบบทักษิณ และตัวทักษิณเองให้ลืมไปจากความทรงจำของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อแน่ว่ามันไม่มีทางที่จะสำเร็จได้ ยกเว้น.....
"หลอกให้เค้ากลับเมืองไทย อีกครั้งเพื่อการต่อสู้ในทางการเมือง แล้วใช้วิธีการลอบสังหารกำจัดขวากหนามนี้ออกไป "
ตัวอย่างมีให้เห็นทั่วไปในประเทศที่มีทหารสนับสนุนการขึ้นมามีอำนาจของตน เช่นปากีสถาน...
Needless to say, Democrat
Needless to say, Democrat party is an expert in lying to their teeth. They are the masters in making up stories. If there was a course in universities they all should have received PHD degree in bullshiting.
For five months nothing materialized in term of improving the economy. Instead they increase excise taxes, borrow huge sum of money putting burden on Thais. Do they care? Hell no they only are concerned about their wallets. How to get a big chunk of the money, that's all they know.
Anyone with the right mind would know that no countries will send Khun thaksin to Thailand to face the unfair verdict handed down by these no good, damned judges who took order from you know WHO. Our justice system credibility is now at the lowest level. We can not depend on them anymore. They just serve the bureaucrats not the people.
ที่ๆควรอยู่
ผมอยากให้ผู้มีอำนาจมองอะไรให้กว้างกว่านี้ ในอดีตเราเคยให้ขุนแผนออกมาจากคุกมารบ เพื่อสร้างความก้าวหน้าและความรุ่งเรืองให้ชาติ ทักษิณควรทำหน้าที่แบบลีกวนยู ทักษิณไม่ควรกลับมาแต่ทักษิณ อยู่ต่างประเทศถ้าเป็นที่ปรึกษา ให้กับรัฐบาลที่มาอย่างถุกต้อง ไม่น่าจะมีปัญหา ภาวนาภิกขุ ติดคุกเพราะข่มขืนเด็กเก้าคน แต่อยู่ในคุกเทศสอนคน มีคนทำบุญให้จนวันนี้มีเงิน14ล้าน หลังจากหักส่วนที่ทำบุญช่วยเหลือศาสนา ซึ่งก้คงไม่ต่ำกว่าหลักล้าน คนเก่งมักจะพลาดทำสิ่งไม่ดี คนดีมักจะไม่เก่ง เติ้งเสี่ยวผิง เคยพูดว่าแมวไม่จำเป้นต้องเป้นสีขาวหรือดำขอให้จับหนูได้ก็พอ ถ้าในสนามการค้าระดับโลกที่ต้องใช้แม่ทัพที่เชี่ยวชาญการค้าและเครดิตสูง ผมเลือกทักษิณ ถ้าแม่ทัพที่จะไปรบกับชายแดนผมเลือกดร ขัตติยะ ถ้าวันนี้เราไม่ให้โอกาสใครแก้ตัว เราเอาพังแน่นอน 111ทรท ทหารเอกอย่าลืมซ้อมรบนะครับสงครามการค้าของชาติรอท่านมาร่วมสู้เสมอ
ผู้วิเศษ
ผมได้รับฟังคำพูดจากผู้มีตาทิพย์มองเห็นกรรมคนอื่น ส่วนใหญ่ท่านระบุว่าทักษิณนั้น ไม่ดี และถ้าอย่างว่าก็คือโกงจริง แต่จะให้ผมนั่งคิดนอนคิดยังไงผมยังหาเหตุผลอันใดไม่ได้ว่าไท่เขากล่าวหาท่านว่าไม่จงรักภักดี คิดล้มราชบัลลัง ก้ไม่รู้ว่าจะมีประโยชอะไรมากมายที่ท่านจะทำเช่นนั้น และผู้วิเศษก็บอกว่าทักษิณไม่กล้าล้มราชบัลลัง ซึ่งผมเชื่อว่าจริงใครจะคิด แค่คิดก้ไม่สมควรเป็นคนแล้ว แต่ก้ยังมีคนอีกจำนวนมากที่เชื่อเพราะคนกล่าวหามีเส้นพอที่จะว่าได้ทุกวันโดยไม่ต้องรับโทษ ส่วนทักษิณนั้นที่ท่านต้องเป้นเช่นนี้เพราะท่านสร้างกรรมที่ไปเกี่ยวข้องกับธรณีสงซึ่งส่งผลให้ไม่มีแผ่นดินอยู่ แต่คนที่ทำลายความหวัง สร้างความแตกแยก ทำลายอนาคตของคนเกินครึ่งแผ่นดิน ท่าจะต้องใช้กรรมหนักกว่าทักษิณ เพราะท่านสร้างเจ้ากรรมนายเวรใว้เป็นหลักล้านที่สาปแช่งท่าน ทุกขที่ท่านมีอยู่ในใจตอนนี้ มันร้อนยิ่งกว่าไฟนรกยิ่งนัก
จิตวิญญาณ
ความเป้นจิตวิญญาณของนักสู้เพื่อประชาธิปไตยได้หล่อหลอมมาจากความเชื่อทางด้านศาสนาที่เชื่อว่าพระเจ้าเห้นด้วยกับการทำสงครามล้างอธรรมที่มหาภารตะอธิบายในการสนทนาระหว่างกฤษณะที่เชื่อว่าเป้นพระเจ้าอวตาร กับนักรบฝ่ายธรรมมะอรชุน นักสู้เสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตยผมแลกด้วยชีวิต แม้จะต้องเข่นฆ่าล้างคนในครอบครัว ครูบาอาจารย์ ทุกคนที่ยังยืนอยู่ฝ่ายอธรรมตามความเชื่อ เสื้อแดงสู้ด้วยจิตวิญญาณที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงกับบ้านเมือง ต่อให้ตายอีกเป็นพันเสื้อแดงไม่มีวันหมด เพราะจิตวิญญาณนักสู้ได้หล่อหลอมเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ คือความเสมอภาคทางการดำรงอยู่ในชีวิต ที่มีศักศรีของความเป้นมนุษย์ในกระบวนการที่เขาเชื่อว่าความยุติธรรมต้องมาก่อน ไม่ควรมีอภิสิทธิชน และแน่นอนเสื้อแดงจะมาเป้นล้านคนในไม่ช้านี้เพื่อเรียกร้องตามความเชื่อ องคมนตรีสามท่านที่มีคนไม่ต่ำกว่าสิบล้านด่าทุกวัน คงมีความสุขใจนะครับ
รอวันที่ฟ้าเปิด
นาทีนี้..ทักษิณคือคนไทยในอันดับต้นๆที่จะสามารถมากอบกู้วิบัติทางเศรษฐกิจให้กับบ้านเมืองได้ แต่ด้วยความโสมมของอำนาจเถื่อนที่บดบังตา บังใจคนไทยส่วนหนึ่งให้เห็นผิดเป็นชอบ ได้กระทำการย่ำยีประเทศชาติของตนเพียง วาทะคารม ของคนพูดเก่งกลุ่มหนึ่ง ปั่น เสียจนหน้ามืดตามัว ...ได้ร่วมกัน ฆ่า ทหารเอก ระดับแม่ทัพ อย่างคนที่ชื่อ ทักษิณ ชินวัตร ให้ ด่าวดิ้นไปต่อหน้าต่อตา ศึกเศรษฐกิจทุกวันนี้จึงขาดแม่ทัพระดับ เซียนมาใช้งาน มิหนำซ้ำ ยังไปเอา เด็กเมื่อวานซืน มาเป็นแม่ทัพแทน กุมบังเหียนพาประเทศชาติดำดิ่งลงเหวอย่างมุ่งมั่น...โถ ประเทศไทย ก็ได้แต่หวัง,,และ
และรอ...รอ...วันฟ้า..เปิด
มิจฉาทิฐิ
คนที่ดูชมเอเอสที่วีส่วนใหญ่ก็มีความนิยมชมชอบและเชื่อคำพูดแกนนำเสื้อเหลือง คนที่ดูความจริงวันนี้จนถึงดีสเตชั่นก็เชื่อเสื้อแดง เป้าหมายการต่อสู้จริงๆแล้วต่างเป้าหมายกันเพราะข้อเรียกร้องต่างกัน เสื้อเหลืองโค่นทักษิณ และระบอบทักษิณเพราะเชื่อว่าระบอบนี้มีอยู่จริงใช้เวลาสร้างระบอบนี้แค่ห้าปี ส่วนเสื้อแดง เรียกร้องให้องคมนตรีทีทำผิดรัฐธรรมนูญเกือบทุกฉบับด้วยการมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองและโผทหาร และอยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจ ระบอบอำมาตที่พวกเขาเชื่ออยู่ในเมืองไทยมา75ปี ทั้งสองคนนี้ จริงๆแล้วมีคุณงามความดีต่อแผ่นดินและมีความปรารถนาดีต่อบ้านเมือง และลึกๆแล้วทั้งสองท่านก็จงรักภักดีอยู่บ้างต่อสถาบัน ปัญหาก็คือความเชื่อในคำกล่าวหาที่เป็นเท็จบางอย่างของทั้งสองฝ่าย สร้างมิจฉาทิฐิเกินจริง จนกระทำการอันไม่ถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม เกินกว่าประชาชนผู้รับรู้ข้อมูลข่าวสาร จะยอมรับได้ และการแบ่งฝักฝ่ายอย่างเด่นชัดกับผู้ได้ประโยชนร่วมได้เกิดขึ้นโดย กลุ่มทุนเก่ากับทุนใหม่ คนใต้ กับเหนืออีสาน วันนี้คนไทยที่รังเกียจเขาทั้งคู่ถามว่า คุณมีความสามารถพอที่จะทำคุณใหญ่หลวงให้แก่แผ่นดินเท่าเขาใหม ผมอยากให้มีถกกันถึงแต่คุณงามความดี ดั่งเช่นคู่ชีวิตผัวเมียบางคู่ที่หันกลับมาคืนดีกันเพราะลืมเรื่องราวร้ายๆแล้วหันมามองความดีที่เคยสร้างกันมาครับ
ปัญหาที่ไม่กล้าพูด
ปัญหาทางภาคใต้ บางคนก็พูดถึงเรื่องนักการเมืองที่มีผลประโยชน์ในพื่นที่ ยาเสพติด น้ำมันเถื่อน บางคนก็ว่าศาสนาอิสลามถือว่าเป็นพี่น้องกันทั่วโลกต้องช่วยเหลือกันเมื่อคนคิดแบ่งแยกไปของบต่างชาติอ้างว่าถูกกดขี่ บ้างก็อ้างความเชื่อว่าดินแดนนั้นเคยเป็นรัฐของเขาต้องการเรียกร้องเอกราช บ้างก็อ้างว่าเป้นพลเมืองชั้นสองไม่ได้รับสิทธิเท่าชาวพุทธ ถ้าการเมืองที่เป็นระบอบอำมาตยาธิปไตยแอบแฝงปลูกฝังความคิดทหารผิดพลาด คนเสื้อแดงกำลังจะเป้นเหมือนสามจังหวัด มีใครหน้าไหนกล้ายอมรับบ้างใหมว่า เหตุผลของเผด้จการรุ่นก่อนมาจากความเชื่อที่ว่า เรามองความเป็นชาตินิยม และเชื้อชาตินิยมนำความคิดคนรุ่นหลัง เราไปมองว่ามุสลิมเป้นศาสนาที่น่ากลัว เราไม่อยากให้คนในสามจังหวัดนี้มีมากเกินไป เขาอยู่กันแบบไม่คุมกำเนิด จนมีจำนวนมาก กลัวเขาจะมีอำนาจการเมืองเหมือนการเหยียดผิว กลัวภาษาของเขาจะกลืนเรา กลัวว่าถ้าเขามีฐานะการเป้นอยู่ดีขึ้นกว่านี้จะเป็นปัญหาประเทศ มิจฉาทิฐิที่เกิดจากความกลัวโดยปราศจากความเมตตา ส่งผลให้นโยบายในอดีตผิดพลาด เขาแค้นเรามาหลายสิบปี ใช้เวลาแค่สี่ห้าปีคิดหรือว่าจะดึงมวลชนด้วยการเอาทหาร เข้าไปจะจบ และคิดหรือว่าพวกสามจังหวัดไม่รู้ว่าคุณปฎิบัติอย่างไรกับคนเสื้อแดงด้วยความอยุติธรรม เพราะประธานมัสยิดที่ยะลา ก็เสื้อแดงแจ๋
ไอ้นายกขายหน้าตา
ไอ้นายกขายหน้าตา เมื่อไหร่มันจะไปไห้พ้นๆ ดีแต่พูดจาโอ้อวดไปวันๆ คนที่เขาตั้งใจทำงานเพื่อประเทศ กลับไม่มีที่ให้ซุกหัว อนาถใจประเทศไทย
ปัญญาอ่อน
ออทิสติก
แม้ไม่มีแผ่นดินอยู่ ก็ต้องรู้ทัน (เจิมศักดิ์ขอคิดด้วยฅน)
โดย เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 22 มิถุนายน 2552
ช่วงวันที่ 24-27 มิถุนายน กลุ่มการเมืองคนเสื้อแดงที่มี "ทักษิณ ชินวัตร" อยู่เบื้องหลัง พยายามจะสร้างกิจกรรมให้เข้ากับวันที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน เพื่อให้ดูเสมือนมีเจตนาเดียวกันกับคณะราษฎร ที่เคยก่อการเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2475 ยึดอำนาจการปกครอง และเปลี่ยนจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ที่ผ่านมา แกนนำคนเสื้อแดง ทั้งในระดับผู้บงการ ผู้ใช้ หรือผู้จ้างวาน พยายามกล่าวอ้าง หรือยก "ทักษิณ ชินวัตร" -นายใหญ่ของตน ขึ้นไปเทียบเคียงกับ "ปรีดี พนมยงค์" แกนนำคณะราษฎร เหมือนเช่นที่ "ทักษิณและพวก" ชอบยกตัวเองขึ้นไปเทียบกับคนดีผู้ยิ่งใหญ่หลายๆ คนอย่างเกินความเป็นจริง
ในโอกาสคล้ายวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 เมื่อมีความพยายามที่จะยกเอา "ทักษิณ ชินวัตร" ขึ้นไปเปรียบกับ "อาจารย์ปรีดี พนมยงค์" ก็ควรที่จะมีการวิเคราะห์และวิพากษ์ เปรียบเทียบให้สังคมไทยเห็นความเป็นจริง อย่างน้อยในประเด็น ดังต่อไปนี้
1) ภูมิหลังชีวิตของทักษิณ ชินวัตร เหมือนหรือต่างจากอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ อย่างไร
ครอบครัวชาวนาอยุธยาของอาจารย์ปรีดี แตกต่างจากครอบครัวพ่อค้านักธุรกิจและนักการเมืองของทักษิณอย่างไร ? หล่อหลอมโลกทัศน์ ค่านิยม และจิตใจที่แตกต่างกันอย่าวไร ?
อาจารย์ปรีดี จบปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยปารีส ประเทศฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาทำงานรับราชการตลอดชีวิต แต่ทักษิณจบปริญญาเอกด้านอาชญวิทยา (วิชาเกี่ยวกับอาชญากรรม) จากมหาวิทยาลัยแซมฮิวสตันสเตต สหรัฐอเมริกา กลับมารับราชการตำรวจ แล้วก็ลาออก ไปทำมาหากินในธุรกิจส่วนตัว
อาจารย์ปรีดี มีประวัติในการทำงานเพื่อประเทศชาติส่วนรวมยาวนานตลอดชีวิต ไม่เคยมีมลทินในเรื่องทุจริตโกงกินเลย อาทิ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำเสรีไทย เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระเจ้าแผ่นดิน ในขณะที่ทักษิณ เมื่อลาออกจากราชการตำรวจ ก็ไปทำธุรกิจส่วนตัว เคยถูกคดีเช็คเด้ง เคยถูกฝรั่งที่ทำธุรกิจร่วมกันฟ้องร้องกล่าวหาว่าโกง ทักษิณไม่เคยแสดงบทบาทในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยร่วมกับประชาชนมาก่อนเลย สามารถร่ำรวยขึ้นมาได้ก็ด้วยธุรกิจผูกขาดที่ได้สัมปทานไปจากรัฐ อาทิ วิ่งเต้นกับเผด็จการทหาร รสช.จนได้สัมปทานดาวเทียม เป็นต้น และเมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังมีการแก้ไขสัญญาสัมปทานเอื้อผลประโยชน์ให้บริษัทโทรคมนาคมของตนและครอบครัวมหาศาล แล้วยังหลีกเลี่ยงไม่จ่ายภาษีในการขายกิจการให้ต่างชาติอีกด้วย
พูดง่ายๆ ว่า ก่อนจะเป็นนายกรัฐมนตรี อาจารย์ปรีดีได้ต่อสู้และทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของแผ่นดินมาโดยตลอด ในขณะที่ทักษิณนิยมเรื่องวิ่งเต้น ทำธุรกิจ แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและครอบครัว
2) พฤติกรรมระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ควรจะได้ศึกษาเปรียบเทียบว่า ทั้งตัวทักษิณและคนใกล้ชิดแวดล้อม ได้มีการใช้อำนาจรัฐ "ฉ้อราษฎรและบังหลวง" หรือไม่อย่างไร มหาศาลเพียงใด เพราะว่าอาจารย์ปรีดีไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในเรื่องนี้เลย
3) พฤติกรรมของหลังบ้าน หรือภริยาและคนในครอบครัว
แม้มีผู้พยายามจะอ้างว่า ภริยาของอาจารย์ปรีดีและทักษิณ สืบเชื้อสายมาจากสกุล "ณ ป้อมเพชร์" เหมือนกัน แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ศุขปรีดา พนมยงค์ บุตรชายอาจารย์ปรีดี เปิดเผยว่า มีความสัมพันธ์กันเพียงเป็นญาติห่างๆ เท่านั้น สมัยก่อนใครเป็นญาติกันแล้วไม่มีนามสกุลก็มาขอใช้ แต่ก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าคุณพจนีย์สนใจบริเวณตำบลป้อมเพชรที่อยุธยา ไปซื้อที่บูรณะ ก็ควรจะมีการศึกษาและเปรียบเทียบต่อไปด้วยว่า พฤติกรรม การวางตัว การกำหนดบทบาทของตนเองในระหว่างที่สามีเป็นนายกรัฐมนตรี เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ภริยาของอาจารย์ปรีดี ไม่เคยก้าวก่ายการทำงานของสามี ให้เป็นที่ติฉินนินทา ได้ถึงแก่อนิจกรรมไปแล้ว เป็นผู้ได้ชื่อว่าเป็นแบบอย่างที่พึงประสงค์ของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เป็นแบบอย่างของภรรยานักการเมืองที่ดี โดยมีชีวิตอยู่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี สมถะเรียบง่าย แม้ยามจากโลกไปก็ไม่สร้างความลำบากให้กับลูกหลาน ญาติมิตร ทิ้งคำสั่งเสียว่า ไม่ให้จัดพิธีการใดๆ ไม่ยอมรับเกียรติ ไม่รบกวนญาติมิตรทั้งปวง เพียงให้นิมนต์พระภิกษุมาแสดงธรรม งานจัดพิธีไว้อาลัยมีความเรียบง่ายที่สุด โดยมีเพียงภาพท่านผู้หญิงอยู่ในห้องโถงของสถาบันปรีดี และเปิดโอกาสให้ญาติมิตรเข้าแสดงความอาลัยโดยไม่ต้องมีพวงหรีดหรือเงินทำบุญใดๆ เป็นแบบอย่างให้เห็นว่า ไม่มีอะไรจะนำไปสู่ปรโลกได้ เว้นแต่คุณงามความดีที่ได้บำเพ็ญไว้แต่หนหลัง
ท่านผู้หญิงพูนศุข เคยให้สัมภาษณ์ว่า "นายปรีดีไม่เคยให้ของขวัญมีค่าแก่ฉันเช่นสามีหลายท่านกระทำกัน แต่ภายหลังวายชนม์ฉันค้นเอกสารได้พบพินัยกรรมที่นายปรีดีเขียนด้วยลายมือตนเอง ลงวันที่ 2 มกราคม 2509 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดดิฉัน จึงทำให้ฉันได้รับบำเหน็จตกทอดนายปรีดี เป็นเงิน 123,960 บาท ขณะที่มีชีวิตอยู่ นายปรีดีได้รับบำนาญเดือนละ 4,123 บาท ดังนั้น ฉันจึงได้รับบำเหน็จตกทอด 30 เท่าของบำนาญ เมื่อฉันรำลึกถึงความหลังคราใดก็รู้สึกซาบซึ้งที่นายปรีดีได้เสียสละและไม่เห็นแก่ตัว ให้ความไว้วางใจแก่ฉันอย่างเต็มที่ และอดภูมิใจไม่ได้ว่าเป็นภริยานักการเมืองที่มุ่งบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎร โดยมิเคยฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือกอบโกยผลประโยชน์เพื่อตัวเองและครอบครัวเลย"
ลองพิจารณาเปรียบเทียบกับท่าที บทบาท และคำพูดของภริยาทักษิณ จากปากของนายเสนาะ เทียนทอง อดีตประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีทักษิณ เปิดเผยไว้ในหนังสือ "รู้ทันทักษิณ4" เล่าว่า ตนเคยพูดและเตือนกับคุณหญิงอ้อว่า "น้อง ถ้ามันได้มาอีกแสนล้านเอาไปทำไม" เขาพากันตอบว่า "ก็รู้ แต่ในเมื่อเล่นการเมืองมันต้องควักเงิน ก็ต้องถือว่าเป็นธุรกิจ" เคยเตือนหนักๆ ถึงขั้นว่า "ในอนาคตถ้ามันจะเดือดร้อนหนักๆ คือคนเป็นหัวนะ" เขาก็ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า "ก็รู้ ถ้าพี่ทักษิณจะลงต้องให้พรรคไทยรักไทยมีอำนาจอย่างน้อยสองสมัยถึงจะปลอดภัย"
4) เปรียบเทียบอุดมการณ์จากพฤติกรรม
การจะรู้ว่าอุดมการณ์ของอาจารย์ปรีดีและทักษิณเป็นอย่างไร เหมือนหรือต่างกันอย่างไร ไม่ใช่ไปดูคำพูดที่เขาพูดถึงตัวเอง แต่ต้องดูที่การกระทำจริงๆ เพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา
ทักษิณแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวอย่างไร? พยายามขายสมบัติชาติไปเป็นของเอกชนในตลาดหุ้นอย่างไร? พยายามผูกขาดอำนาจการเมือง แทรกแซงครอบงำระบบตรวจสอบอย่างไร? แทรกแซงและยึดครองสื่ออย่างไร? วิ่งเต้นเสนอสินบนแทรกแซงอำนาจตุลาการอย่างไร? จะอ้างว่าตนเองเป็นประชาธิปไตยได้หรือไม่ ?
เปรียบเทียบกับอาจารย์ปรีดี ที่พยายาม "อภิวัฒน์ประเทศไทย" พยายามกระจายอำนาจการปกครอง วางเค้าโครงเศรษฐกิจเพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนทุกคน (ไม่ใช่นโยบายแบบเอาหน้าประชานิยม) สถาปนามหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมืองเพื่อสร้างพลเมืองที่รู้เท่าทันการเมืองการปกครองประเทศ
แม้แต่ในงานการต่างประเทศ อาจารย์ปรีดีก็เป็นผู้เจรจาแก้ไขสนธิสัญญาที่ประเทศชาติเสียเปรียบ ในขณะที่ทักษิณเป็นนายกฯ ได้ไปตกลงทำสัญญากับต่างประเทศ เช่น สัญญาค้าเสรี (เอฟทีเอ) โดยไม่ผ่านการพิจารณาของรัฐสภา เอื้อประโยชน์ธุรกิจเอกชนของครอบครัวและพรรคพวก ส่งผลกระทบต่อประชาชนตัวเล็กตัวน้อยในภาคการเกษตร เป็นต้น
5) พฤติกรรมเมื่อพ้นจากอำนาจไปอยู่ต่างแดน
ควรพิจารณาเปรียบเทียบว่า เมื่อทักษิณและอาจารย์ปรีดีพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไปพำนักอาศัยอยู่ต่างประเทศแล้ว แต่ละคนมีพฤติกรรมอย่างไร ส่งผลกระทบต่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศบ้านเกิดอย่างไร?
อาจารย์ปรีดีไม่เคยปลุกระดม จัดซื้อจัดตั้งประชาชน หรือสร้างขบวนการป่วนบ้านป่วนเมือง เพื่อหวังจะได้อำนาจรัฐกลับคืนมาใช้เป็นเครื่องมือในการปกป้องผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ต้องติดคุกและไม่ถูกยึดทรัพย์
อาจารย์ปรีดีไม่เคยโจมตีประเทศไทย ไม่เคยโจมตีทำลายระบบยุติธรรมหรือศาลยุติธรรมของประเทศไทย และที่สำคัญ ไม่เคยพูดจาจาบจ้วงล่วงละเมิด หรือกดดันพระราชอำนาจของพระเจ้าแผ่นดิน มุ่งให้เกิดการลบล้างความผิดของตนเอง
แม้จะอยากกลับบ้าน แต่อาจารย์ปรีดีก็นึกถึงส่วนรวมมากกว่าตัวเอง ดังที่ท่านผู้หญิงพูนศุขเขียนไว้ในหนังสือชื่อ "ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น" เล่าว่า "อยากกลับบ้าน แต่ถ้าเรากลับมาแล้ว บ้านเมืองวุ่นวาย ต้องมีคนไม่ชอบ แล้วอย่างนี้จะกลับได้ยังไง อยากให้บ้านเมืองสงบ คิดว่าอยู่ต่างประเทศดีกว่า ใจน่ะอยากกลับ ถ้ากลับมาไม่สงบ ก็เป็นคนไม่รักชาติ เราต้องการให้ชาติบ้านเมืองมีความสงบรุ่งเรือง..."
น่าคิดว่า ทำไมอาจารย์ปรีดีอยู่ต่างประเทศ เสียสละ เพื่อบ้านเมืองส่วนรวมเดินหน้าต่อไปได้โดยสงบสุข แต่ทักษิณอยู่ต่างประเทศ ยังคงปราศรัยปลุกระดม ชักใย เคลื่อนไหว ทำให้บ้านมืองตกอยู่ในวิกฤติ ติดหล่มการเมือง เกิดจลาจล สงครามการเมือง
6) จุดจบของชีวิต จะเหมือนหรือต่างกันอย่างไร
แม้ถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว อาจารย์ปรีดียังคงได้รับการเคารพยกย่อง เชิดชูเกียรติอย่างสูงยิ่ง เป็นที่จดจำรำลึกของอนุชนรุ่นตลอดไป ในฐานะ "รัฐบุรุษอาวุโส"
แต่ทักษิณจะมีจุดจบอย่างไร ? จะเป็นผู้หนีอาญาที่ไร้แผ่นดินอยู่? หรือจะกลับมาเรืองอำนาจ สถาปนาระบอบทักษิณยึดครองประเทศไทยอีกครั้ง? จะถูกสังหาร? หรือจะยอมจำนน หรือจะฆ่าตัวตายด้วยความรู้สึกละอายเหมือนอดีตประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ ? ฯลฯ
ประเด็นเหล่านี้ เป็นเพียงบางส่วนที่ควรจะมีการวิเคราะห์วิพากษ์อย่างตรงไปตรงมาต่อไป โดยผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ สังคม และการเมืองไทยอย่างลึกซึ้ง
จึงน่าสนใจยิ่งที่ "ปัญญาชนสยาม" อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้รู้จักอาจารย์ปรีดีอย่างลึกซึ้ง และเข้าใจทักษิณอย่างถึงแก่น จะมาวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์ เปรียบเทียบชีวิต อุดมการณ์ และจุดจบของทักษิณ ชินวัตรและปรีดี พนมยงค์ ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ที่โรงแรมอิมพีเรียลธารา สุขุมวิท 26 ตั้งแต่เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป
นอกจากนี้ ในงานดังกล่าว ยังจะมีการเสวนาที่น่าสนใจอย่างยิ่ง "แม้ไม่มีแผ่นดินอยู่ ก็ต้องรู้ทัน" โดยคณะผู้เขียนหนังสือ "รู้ทันทักษิณ 5 สงครามการเมือง" จะมาเป็นผู้นำการเสวนาในวันนั้นได้แก่ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ผู้เขียนบทความเรื่อง "คนอื่นเรียกนายกฯ แต่เราเรียกนักโทษ", พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร ผู้เขียน"สงครามอนารยชนของทักษิณ", นพ.เกษม ตันติผลาชีวะ ผู้เขียน "เหลี่ยมหนา หรือบ้ากันแน่", คุณปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ผู้เขียน "รู้จักพันธมิตรฯ รู้ทันพิษคนเสื้อแดง", ดร.อนันต์ เหล่าเลิศวรกุล ผู้เขียน "ต้นไม้ประชาธิปไตย : จะโตหรือตายก็ด้วยไทยทุกคน", ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล ผู้เขียน "ตำรวจไทยในสงครามประชาชน", คุณสุทิน วรรณบวร ผู้เขียน "Air war : สงครามสื่อ ในสงครามการเมือง" โดยผมเป็นบรรณาธิการ/ผู้เขียน และคุณสันติสุข มะโรงศรี ผู้เขียน "ประเทศไทย แพ้ไม่ได้" จะร่วมกันเป็นผู้ดำเนินการเสวนาด้วย ใครสนใจก็ไปร่วมรับฟังได้
ทำไม.. ถึงไม่มีแผ่นดินอยู่ แล้วยังต้องรู้ทัน ?
เพราะว่าสงครามการเมืองยังไม่ยุติ เพราะว่าทักษิณยังไม่วางมือ เพราะว่าระบอบทักษิณยังพยายามจะกลับเข้ามาสถาปนาเหนือราชอาณาจักรไทยต่อไป และประเทศไทยจะยังไม่สงบต่อไป ใช่หรือไม่?
อาจจะเป็นอย่างที่ผู้เขียนหลายๆ ท่าน วิเคราะห์ตรงกันอย่างไม่ได้นัดหมายว่า ตราบใดที่ทักษิณยังอยู่ สงครามการเมืองก็ไม่มีวันเลิกรา
หรืออย่างที่ "เปลว สีเงิน" เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ชัดๆ ว่า "ไม่ตาย ไม่จบ"!
เกริ่นได้แค่ว่า งานนี้ จะเป็นการวิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ชะตากรรมของประเทศไทย ที่ตกอยู่ในสงครามการเมืองของระบอบทักษิณ ว่ามีที่มา ที่ไป กลยุทธและกลวิธีการต่อสู้ เล่ห์เหลี่ยมการสงคราม ตลอดจนอนาคตและจุดจบของสงครามการเมืองครั้งนี้ อย่างตรงไปตรงมา
ในงานวันที่ 23 มิ.ย.นี้ จะขาดไปบ้าง ก็แต่ผู้เขียนบางท่านที่ติดภารกิจ เช่น นพ.ประเวศ วะสี ผู้เขียนเรื่อง "จากมหาสยามยุทธ สู่การเยียวยาฟื้นฟู", คุณเปลว สีเงิน ผู้เขียน "กบฎอสัตยชน : ไม่ตาย ไม่จบ?", คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ ผู้เขียน "จาก "นายกรัฐมนตรีของเรา" สู่ "นายกรัฐมนตรีของคนเสื้อแดง" : "ดีเอ็นเอระบอบทักษิณ" ยังไม่ตาย!" และดร.พิรงรอง รามสูต ผู้เขียน "การสอดแนมเฝ้าระวังกับสงครามการเมือง"
แต่ทั้งหมดนั้น จะอยู่กันครบ ในหนังสือ "รู้ทันทักษิณ 5 สงครามการเมือง" ในการรวมพลครั้งใหม่ล่าสุดของคนรู้ทันทักษิณ !
Go away, Thaksin
ไม่ตาย ไม่จบ จริง ๆ ทักษิณ ถ้านายรักประเทศไทยอย่างปากพรำพูดนะ วางมือซะ หยุดซะที ความแตกแยกนี้ นายเป็นคนทำ อยู่อย่างสง่างามดีกว่า ครอบครัวก็มีความสุข เงินทองเหลือเฟือ อยู่ที่ไหนก็ได้ อย่ามาเลยประเทศไทย ขอเถอะ พวกเราอยากได้ความสงบ ไม่ต้องเจริญมาก อยู่อย่างพอเพียง และมีกษัตริย์ที่เราเคารพรักก็พอแล้ว ขอบใจนะ ถ้าทำ เราขอสาบแช่งคนที่ทำร้ายประเทศไทย มันไม่ตายดีแน่ ฟ้าดินเป็นพยาน
เบื่อ เจิมสาก
ท่านเจิมสากไปที่อื่นได้ไหมครับเบื่อน้ำลายท่านเต้มที แล้วตัวท่านเจิมสากละเคยทำอะไรให้ประเทศชาติบ้างป่าวท่าน ถุยย
สัมภเวสีทักษิณ
“สัมภเวสีทักษิณ” ป่วนไม่เลิก โฟนอินปลุกระดม ”ไข่แม้ว” พร่ำเหตุที่ ศก.ทรุด เพราะ "มาร์ค" แก้ปัญหาไม่เป็น มัวแต่เห็นผลประโยชน์พรรคร่วม โม้หากเป็นคนแก้ ไม่ต้องกู้เหมือนรบ.ชุดนี้ เตรียมเดินหน้าแจกซีดีแก้จน ให้ส.ส.เอาไปเป่าหูรากหญ้า ลั่นหากคนทรยศอยากกลับเข้าพรรคต้องโดนตัดมือทิ้ง ขณะที่พี่น้องตระกูลชินฯ ทาบ ”ป่าเหนาะ” ร่วมแผนชั่วด้วย ด้านเจ้าตัวมีท่าทีน้อมรับ แต่ยื่นข้อเสนอ 2 ข้อ
วันนี้ (30 มิ.ย.) ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามาโดยมีเนื้อหาใจความ ว่า การยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเป็นเรื่องของภาคประชาชน ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้เห็นถึงน้ำใจที่ต้องการเอาบุคคลที่ประชาชนเชื่อว่า สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ กลับมาทำงานให้ โดยในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ได้มีการจับตามองเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าอยู่ในปัจจุบัน เมื่อบวกกับโครงสร้างรัฐบาลที่มีปัญหาความขัดแย้งกันระหว่างพรรคร่วมกับพรรคแกนนำ ที่แตกแยกเรื่องประมูลข้าว หรือข้าวโพดที่มีการทุจริต เมื่ออีกฝ่ายต้องการผลประโยชน์และเมื่อถูกสื่อวิพากษ์วิจารณ์ รัฐบาลก็พยายามเคลียร์ให้จบ แต่ไม่สามารถทำได้ ขายผลผลิตไม่ได้และผลผลิตล็อตใหม่ก็กำลังจะออกมา ทาง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เศรษฐกิจจึงทรุด
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีผลการเลือกตั้งซ่อมที่จ.ศรีสะเกษและจ.สกลนคร ซึ่งชนะคะแนนไปอย่างท่วมท้น ให้นำมาขยายผลในช่วง 3 เดือนนี้ เพราะแค่ชนะก็ทำให้รัฐบาลสะเทือนหนัก ส่วนคนที่ย้ายออกไปจากพรรคนั้น จะไม่มีทางรับกลับแน่นอน โดยเฉพาะคนที่โหวตเลือกนายอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าจะกลับมาก็ต้องตัดมือทิ้งก่อน
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้แนะนำวิธีการแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้ ส.ส.พรรค โดยชี้ให้เห็นว่าถ้าเป็นตนเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจเองจะไม่จำเป็นต้องกู้ เพราะเงินในโลกนี้มีเยอะแยะ ส่วนรายละเอียดนั้น จะอัดเป็นซีดีแจกให้ ส.ส.ไปชี้แจงกับชาวบ้านในโอกาสต่อไป
มีรายงานจากพรรคเพื่อไทย ว่า เมื่อเร็วๆนี้ แกนนำพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะฝั่งตระกูลชินวัตร อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นางเยาวภา และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พร้อมทั้ง พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก แกนนำกลุ่มเพื่อแผ่นดิน ที่มีกระแสข่าวว่าจะย้ายเข้าพรรคเพื่อไทยนั้น ได้มีการเข้าหารือกับนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่บ้านพักเมืองทองธานี เพื่อติดต่อให้มาร่วมทำงานกับพรรคเพื่อไทย หลังจากนายเสนาะออกจากพรรคไทยรักไทย โดยทั้งหมดได้บอกกับนายเสนาะ ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ขอเชิญให้กลับมา เพื่อรับตำแหน่งคณะผู้บริหารพรรค โดยจะเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค หรืออาจเป็นหัวหน้าพรรคในอนาคตก็ได้ เพราะเห็นว่า นายเสนาะเคยร่วมตั้งพรรคไทยรักไทยมาแล้วด้วยกัน รวมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของส.ส.ในพรรค
อย่างไรก็ตาม นายเสนาะ ได้มีท่าทีตอบรับ เพียงแต่มีเงื่อนไข 2 ข้อ คือ 1.ถ้าอยู่ในพรรคแล้วต้องมีอำนาจจัดการ ไม่ใช่เป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ และ2.ถ้าเข้ามาแล้วต้องไม่มีเสียงคัดค้านจากคนในพรรค โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานสส.พรรค ซึ่งเป็นแม่ทัพภาคอีสานในการเลือกตั้งซ่อมที่ผ่านมา และจองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนต่อไปไว้แล้ว ซึ่งทางพี่น้อง พ.ต.ท.ทักษิณก็ไม่มีท่าทีคัดค้านแต่อย่างใด
ทั้งนี้ นายเสนาะ ได้กล่าวต่อว่า หากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น และตนมีอำนาจตัดสินใจในพรรค ก็จะทำตามที่เคยประกาศไว้ คือ การตั้งรัฐบาลสมานฉันท์ คือ พรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งจะเป็นไปได้หรือไม่ต้องดูต่อไป เพราะถ้าสถานการณ์ยังมีการแบ่งสีกันอยู่ ต่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ปัญหาก็ไม่จบ เพราะจะเป็นการเลือกระหว่างสีเหลืองกับสีแดง ซึ่งบรรดาน้องๆ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้ปฏิเสธนายเสนาะ โดยบอกว่าเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่เรา แต่อยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์
ขณะที่ในการหารือครั้งนี้ได้มีการพูดถึงจังหวะที่นายเสนาะเข้าพรรคเพื่อไทย ว่า จะรอดูการวินิจฉัยของ กกต.และศาลรธน. ซึ่งนายเสนาะติดอยู่ในบัญชี ส.ส. ที่กกต.กำลังตรวสอบว่ามีการถือหุ้นสัมปทานกับรัฐหรือไม่ โดยเมื่อดูเงื่อนไขทางกฎหมายแล้ว หากนายเสนาะหมดสมาชิกภาพ ก็สามารถเข้าพรรคเพื่อไทยได้ทันที โดยอาจรับตำแหน่งหัวหน้าพรรค หรือประธานที่ปรึกษาพรรคก็ได้ และถ้าหากมีการเลือกตั้งเกิดขึ้นจะให้คนตระกูลเทียนทองเข้ามาอยู่กับพรรคเพื่อไทยด้วย
อนึ่ง มีรายงานด้วยว่า นายเสนาะจะได้นัดรับประทานอาหารกับ กลุ่ม ส.ว.อีสาน ประมาณ 10 คน ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ นอกจากนี้ ยังมีอดีต ส.ส.อีสาน พรรคไทยรักไทย ที่ย้ายออกจากพรรคไปแล้วติดต่อขอกลับมาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพวกที่เคยย้ายไปอยู่กับพรรคมัชฌิมา ธิปไตย และพรรคเพื่อแผ่นดิน
กมธ.พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์
กมธ.พิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ แฉแผนล่ารายชื่อถวายฎีกาพ่อแม้วเชื่อโยงเปลี่ยนวันชาติ มุ่งร้ายต่อสถาบันเบื้องสูง ชี้ไม่เข้าข่ายการขอภัยโทษ ตำหนิอย่าใช้มวลชนแค่หยิบมือกดดันพระราชอำนาจ จี้รัฐบาลอย่านิ่งเฉยตีแผ่แผนร้ายให้ปชช.รับทราบกระบวนการจาบจ้วง
วันนี้ (30 มิ.ย.) ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา มี พล.อ.อ.ณพฤษภ์ มัณฑะจิตร ส.ว.สรรหา ประธานคณะกรรมาธิการ เป็นประธานการประชุมพิจารณากรณีแกนนำกลุ่มเสื้อแดงเตรียมล่ารายชื่อประชาชนเพื่อถวายฎีกาช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
จากนั้นเวลา 12.00 น. พล.อ.อ.ณพฤษภ์ แถลงว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมามีเหตุเกิดขึ้นที่เหมือนเป็นการมุ่งร้ายต่อสถาบัน อาจก่อผลร้ายแรงระหว่างประชาชนแต่ละฝ่าย ทั้งข่าวการที่กลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่มหนึ่งจะรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อถวายฎีกา การเปลี่ยนวันชาติ การจัดสัมมนา คณะกรรมาธิการมีความเป็นห่วง และขอเร่งรัดให้รัฐบาลดำเนินการตามที่ได้แถลงนโยบายไว้คือ การปกป้องสถาบัน และขอให้ออกมาตอบโต้กับเรื่องดังกล่าว และขอวิงวอนประชาชนมีสติ รอบคอบกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ด้าน นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา เลขานุการคณะกรรมาธิการ กล่าวว่า กรณีมีข่าวว่า กลุ่มบุคคลจะรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาเพื่อช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อตรวจสอบจากข้อกฎหมายและหลักเกณฑ์ พบว่า ไม่เข้าหลักเกณฑ์ใด โดยเฉพาะในส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย เพราะผู้มีสิทธิขอคือ ผู้ต้องโทษ หรือบิดา มารดา บุตร คู่สมรสของผู้ต้องโทษ ส่วนบุคคลคนอื่นจะมาดำเนินการให้ไม่ได้ ทั้งนี้ การยื่นถวายฎีกาแม้จะเป็นสิทธิ์ของประชาชน แต่ในทางปฏิบัติ การยื่นถวายฎีกาทั้งที่รู้ว่าไม่เข้าเกณฑ์ มีข้อสงสัยว่าเป็นวาระซ่อนเร้นหรือไม่ โดยเฉพาะการล่าชื่อประชาชนซึ่งจะทำให้เป็นการกดดันพระราชอำนาจตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ
นายคำนูณกล่าวว่า หากพิจารณาถึงบริบทแวดล้อมในเรื่องนี้พบว่า ข่าวเรื่องดังกล่าวเกิดหลังกิจกรรมสัมมนาเรื่องตามหาวันชาติ และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 พ.ต.ท.ทักษิณก็โฟนอินมาว่าไม่มีใครเอาตนกลับมาได้ นอกจากจะทรงมีพระเมตตา และประชาชนต้องการให้กลับมา รวมถึงหลังพรรคหนึ่งชนะเลือกตั้งซ่อมใน 2 พื้นที่ กรณีที่เกิดขึ้นตอนนี้คือการเอาจำนวนประชาชนมาอ้าง ซึ่งกลุ่มดังกล่าวเตรียมชุมนุมอีก 2-3 ครั้ง เรื่องนี้จึงไม่บังควร เพราะเรื่องการพระราชทานอภัยโทษ เป็นพระบรมราชวินิจฉัยตามพระราชอำนาจในรัฐธรรมนูญ และคณะกรรมาธิการเกรงว่าจะก่อความขัดแย้งในอนาคต
“คณะกรรมาธิการขอเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาแถลงให้ทราบชัดเจนถึงข้อกฎหมายและประเพณีปฏิบัติในการของพระราชทานอภัยโทษ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน จะได้ไม่หลงเป็นเหยื่อ รวมถึงแถลงข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และข้อหาเกี่ยวกับสถาบันที่มีอยู่ และเรียกร้องประชาชน ก่อนจะทำการใดขอให้อยู่บนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง และเรียกร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ และกลุ่มที่จะช่วยเหลือ รอบคอบ คำนึงถึงกฎเกณฑ์ประเพณี เพื่อไม่ให้ก่อความขัดแย้งระหว่างพระบรมราชวินิจฉัยและประชาชนที่เข้าชื่อ นอกจากนี้ สนับสนุนความเห็นของนายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำเสื้อแดง ที่ออกมาทักท้วงเรื่องการเข้าชื่อถวายฎีกา โดยระบุว่า นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำเสื้อแดงก็เคยได้รับพระราชทานอภัยโทษ ก็น่าจะรู้กฎระเบียบ” นายคำนูณ กล่าว
นายตวง อันทะไชย ส.ว.สรรหา กรรมาธิการ กล่าวว่า การนำสิทธิการชุมนุมของประชาชนมาเป็นสิทธิส่วนตัวเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ไม่บังควร ขอเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้สิทธิมาถวายเอง หรือบุตรธิดาถวาย อย่าดึงประชาชนมา ทั้งที่รู้ว่ากฎเกณฑ์ไม่ให้ทำ และขอเรียกร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ปากบอกว่ารักและห่วงประเทศ แต่การกระทำกลับไม่หยุด ตัว พ.ต.ท.ทักษิณ คือหัวใจในการแก้ปัญหา ไม่เช่นนั้นจะมีคณะกรรมการสมานฉันท์กี่ชุดก็แก้ไม่ได้
พ.ท.กมล ประจวบเหมาะ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ขั้นตอนขอพระราชทานอภัยโทษมีกำหนดชัดเจน การไปชวนชาวบ้านมาช่วยทำให้เกิดความแตกแยก และที่ผ่านมากรณีการขอพระราชทานเฉพาะราย หากผู้ต้องโทษไม่เข้าไปรับโทษในเรือนจำก็ไม่เคยมีปรากฏที่จะมีการพิจารณา มีแต่เข้าไปรับโทษแล้วและทำตามขั้นตอนเท่านั้น
คนเสื้อแดง
ไม่น่าเชื่อว่า แกนนำ “คนเสื้อแดง” จะไร้สำนึกแห่งความผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี ขาดสติที่จะคิดว่า “อะไรควร-ไม่ควร” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเตรียมล่าชื่อ 1 ล้านคน เพื่อถวายฎีกาขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งที่นักโทษหนีคดีผู้นี้ ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองทำผิด และไม่ยอมกลับมารับโทษ แถมยังเคยใส่ร้ายศาลและกระบวนการยุติธรรมของไทย และพาดพิง “สถาบันกษัตริย์” ให้ได้รับความเสียหายหลายต่อหลายครั้ง มาคราวนี้ แกนนำเสื้อแดงและนายใหญ่ กำลังทำเรื่องใหญ่ที่คนทั่วประเทศรับไม่ได้ เพราะไม่เพียงจะสร้างความแตกแยก-วุ่นวายในสังคม แต่ยังจะสร้างความมัวหมอง-เสื่อมเสียครั้งใหญ่ให้แก่ “สถาบัน” อันเป็นที่รักและเทิดทูนของคนไทยอย่างไม่อาจให้อภัยด้วย
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายงานพิเศษ
เมื่อไม่กี่วันก่อน (26 มิ.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษหนีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี ในคดีซื้อที่รัชดาฯ เพิ่งเล่นบทโฟนอินอ้อนชาวศรีสะเกษ ให้ช่วยอุ้มตนกลับประเทศด้วยการเลือกผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ศรีสะเกษ เขต 1 ในวันที่ 28 มิ.ย.
แต่ให้หลังแค่ 1 วัน (27 มิ.ย.) พ.ต.ท.ทักษิณ ก็เปลี่ยนมุกใหม่ในการกลับประเทศ ด้วยการจะให้มวลชนคนเสื้อแดงเข้าชื่อ 1 ล้านคน เพื่อถวายฎีกาขออภัยโทษให้เขา ไม่ว่าวิธีดังกล่าวจะเป็นแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ เอง หรือลิ่วล้อคู่กายอย่าง นายวีระ มุสิกพงศ์ 1 ในแกนนำ นปช.และอดีตนักโทษหมิ่นสถาบัน ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า จุดมุ่งหมายของการเข้าชื่อ 1 ล้านถวายฎีกาครั้งนี้ เพื่อขอพระเมตตา-พระมหากรุณาธิคุณ ดังที่ออกมาจากปาก พ.ต.ท.ทักษิณจริงๆ หรือเพื่อกดดันพระราชอำนาจ-พระราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กันแน่?
แต่แนวโน้มน่าจะเป็นประเด็นหลังมากกว่า เพราะพฤติกรรมและคำพูดก่อนหน้านี้ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ฟ้องต่อสังคมผ่านสื่อต่างประเทศหลายครั้งหลายครา ว่า ล้วนแล้วแต่ส่อเจตนามุ่งร้ายต่อสถาบันเบื้องสูงของไทยทั้งสิ้น โดยมีทั้งลักษณะกดดัน-ต่อรอง และส่อถึงขั้นหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ!
เริ่มจาก 15 ม.ค.2550 พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยนอกจากจะพูดถึง “ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ” แล้ว เขายังขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นที่เคารพรักของประเทศไทย เลิกพูดถึงอดีต เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของความสามัคคีในชาติ และว่า ตนต้องการเห็นการนิรโทษกรรมสำหรับคนไทยทุกคน มันถึงเวลาที่จะปรองดองกัน และเรื่องนี้น่าจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้
1 ก.พ.2550 พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ในลักษณะที่ทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 โดยเมื่อ ไทม์ ถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า “คุณอ้างว่าคุณและพรรคไทยรักไทย ได้รับความนิยมอย่างสูง (จากประชาชน) แต่ทำไมไม่ค่อยมีเสียงต่อต้านการรัฐประหารจากสาธารณชนเท่าไหร่? ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า “มันก็เหมือนกับการทำรัฐประหารในอดีตของไทยที่ผ่านมา 17 ครั้ง ตอนแรกประชาชนอาจรู้สึกตกใจ จากนั้นพวกเขาจะเริ่มแสดงความวิตกกังวล แล้วจึงเริ่มยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่(การรัฐประหาร) ได้รับการรับรองจากองค์พระมหากษัตริย์ พวกเขาอยู่ในกรอบระเบียบมากๆ พวกเขาเชื่อฟัง…”
24 พ.ย.2551 พ.ต.ท.ทักษิณ เริ่มส่งสัญญาณต่อรอง-กดดัน ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานอภัยโทษให้ตน โดยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ อาราเบียน บิซิเนส ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ตอนหนึ่งว่า “ผมคิดว่าหลายๆ อย่างขึ้นอยู่กับอำนาจของประชาชน หากพวกเขารู้สึกว่า พวกเขาอยู่อย่างยากลำบาก และต้องการให้ผมช่วย ผมก็จะกลับไป หากในหลวงทรงเห็นว่าผมยังสามารถทำคุณประโยชน์ได้ ผมจะกลับไป และพระองค์อาจจะพระราชทานอภัยโทษให้แก่ผม แต่ถ้าพวกเขาไม่ต้องการผม และพระองค์ทรงเห็นว่าผมกลับไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผมก็จะอยู่ที่นี่ (เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) ทำธุรกิจไป”
20 เม.ย.2552 พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทม์ส ของอังกฤษ ในลักษณะที่อาจเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพราะทำให้สถาบันเบื้องสูง ถูกมองว่า รู้เห็นการยึดอำนาจเมื่อ 19 ก.ย.2549 โดย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวหาว่า สถาบันเบื้องสูงรับทราบการรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลตน เมื่อเดือน ก.ย.2549 ล่วงหน้า เนื่องจากมีบรรดานายทหารรวมถึงบุคคลระดับสูงหลายคนเข้ารายงานก่อนเกิดเหตุการณ์ (การให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ กรณีนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติอยู่ระหว่างดำเนินคดี เนื่องจาก “คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาข้อมูลข่าวสารที่มีผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์” ที่มี พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เป็นประธาน พิจารณาแล้วเห็นว่า เข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112)
21 เม.ย. 2552 พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์นิตยสาร แดร์ สปีเกล นิตยสารชื่อดังของเยอรมนี โดยนอกจากจะพูดถึงปัญหาบ้านเมืองว่าตนเองและกลุ่มเสื้อแดงถูกกระทำแล้ว เขายังพูดพาดพิงสถาบันอีก คราวนี้นอกจากมีลักษณะต่อรองแล้ว ยังส่อว่าอาจเข้าข่ายบังคับให้สถาบันทำตามที่ตนต้องการอีกด้วย โดยบอกว่า “...ถึงเวลาที่จะปรองดองด้วยการให้อภัยซึ่งกันและกัน ลืมอดีต และมองไปข้างหน้า ... พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงต้องลงมาช่วยเหลือ พระองค์ทรงต้องดำเนินการให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย และจากนั้นเราจำเป็นต้องมีการเลือกตั้งใหม่ขึ้น”
การส่งสัญญาณต่อรองและกดดันด้วยคำพูดให้มีการอภัยโทษให้ตัวเองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ดำเนินมาเป็นระยะๆ กระทั่งล่าสุดเปลี่ยนแผนมาเป็นการใช้มวลชนคนเสื้อแดงกดดันด้วยการจะล่าชื่อให้ได้ 1 ล้านคน ใน 1 เดือน เพื่อถวายฎีกาต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อพระราชทานอภัยโทษนั้น อย่าว่าแต่หลายฝ่ายในสังคมจะรับไม่ได้เลย แม้แต่แกนนำคนเสื้อแดงเอง อย่างนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือแซ่ด่าน ก็ไม่เห็นด้วย โดยบอกว่า การขออภัยโทษด้วยการล่ารายชื่อ นอกจากจะถูกมองว่าเอารายชื่อมวลชนมาบีบบังคับแล้ว ยังเท่ากับว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำความผิดจริง จึงได้ขออภัยโทษ ซึ่ง นายสุรชัย ตั้งคำถามว่า ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ทำผิดจริง ทำไมจึงไม่รับโทษ
แต่เสียงท้วงติงของ นายสุรชัย ดูเหมือนจะไม่สามารถกระตุ้นต่อมสำนึกผิด-ชอบ-ชั่ว-ดีของแกนนำคนเสื้อแดงที่เหลือได้ สังคมจึงได้เห็นนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช.ออกมาสวนกลับว่า การถวายฎีกาถือเป็นแนวทางปกติของประชาชนที่สามารถดำเนินการได้ตาม รธน.มาตรา 291 ไม่ถือว่าเป็นการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด
ขณะที่นายนพดล ปัทมะ อดีตที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า การที่คนเสื้อแดงจะเข้าชื่อ 1 ล้านคน เพื่อถวายฎีกาให้มีการอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นการแสดงออกถึงความห่วงใยและสงสาร พ.ต.ท.ทักษิณมากขึ้นทุกวัน และว่า ตนได้คุยกับอดีตนายกฯ ทักษิณ แล้ว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่า คงไปห้ามความต้องการของประชาชนไม่ได้
ได้เห็นท่าทีของ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำคนเสื้อแดงที่แตกคอกันเองเกี่ยวกับการล่าชื่อ 1 ล้านถวายฎีกาให้ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ลองมาฟังมุมมองของนักกฎหมาย รวมทั้งนักวิชาการด้านนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ กันบ้างว่า การเตรียมเข้าชื่อถวายฎีกาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ของคนเสื้อแดงเป็นเรื่องบังควรหรือไม่ และสามารถทำได้จริงหรือ?
นายสัก กอแสงเรือง อดีตนายกสภาทนายความ และอดีตคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ยืนยันว่า การขออภัยโทษเป็นเรื่องที่มีระเบียบปฏิบัติตามกฎหมายอยู่แล้วว่า ผู้ที่ทำผิดต้องขออภัยโทษด้วยตัวเอง หรือให้บุพการี หรือญาติใกล้ชิดดำเนินการแทน ไม่ใช่ใครก็ทำแทนได้
“เรื่องของขออภัยโทษมันก็เป็นเรื่องของผู้ที่ทำผิด และต้องเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย และไปดำเนินการผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ราชทัณฑ์ ผ่านกระทรวงยุติธรรม มันมีระเบียบอยู่ มีกฎหมายอยู่ ตามระเบียบตามกฎหมายมันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่คนอื่นจะไปขอแทน จะต้องเป็นผู้มีส่วนได้เสีย รู้สึกกฎหมายก็จะบังคับในเรื่องของผู้กระทำความผิด หรือผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรส มันจะต้องเป็นญาติใกล้ชิดน่ะ คนอื่นก็คงทำแทนไม่ได้ (ถาม-เพราะฉะนั้นยังไม่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติว่า นักโทษที่ยังคงหลบหนีอยู่ ยังไม่เคยต้องโทษ แต่คดีถึงที่สุดแล้ว จะยื่นขออภัยโทษได้?) โดยหลักมันขอยกเว้นไม่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม มันคงทำไม่ได้ ขอจะไม่ต้องถูกพิจารณาคดีตามกฎหมาย มันก็คงไม่ใช่ หรือจะไปเพิกถอนหมายจับ มันก็คงไม่ได้ มันคนละเรื่อง (ถาม-แล้วถ้ากลุ่มเสื้อแดงเข้าชื่อถวายฎีกาเข้าไปในวัง จะเป็นการระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาทมั้ย?) เป็นเรื่องที่ควรหรือไม่ควร เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม ผมคิดว่าในฐานะที่เป็นพสกนิกรก็น่าจะคิดเองได้”
ด้าน รศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ยืนยันเช่นกันว่า ในแง่กฎหมาย การจะขออภัยโทษ คนที่กระทำผิดต้องยอมรับผิดและมารับโทษก่อน แต่กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่เห็นเลยว่ายอมรับผิด และไม่ยอมกลับมารับโทษ ถ้าจะขออภัยโทษก็เป็นเรื่องแปลกและตลก ส่วนกรณีที่คนเสื้อแดงจะเข้าชื่อเพื่อถวายฎีกาให้มีการพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น รศ.ดร.อุดม ชี้ว่า นอกจากเป็นเรื่องที่อ่อนไหวต่อสถาบันแล้ว ยังอยากถามคนเสื้อแดงด้วยว่า ทำไมต้องทำอะไรเพื่อคนคนเดียว ทั้งที่ทำแล้วก็ไม่ได้ช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้น
“เวลาเราพูดถึงถวายฎีกา ก็เป็นเรื่องความคับข้อง ความทุกข์อะไรก็แล้วแต่ที่เข้ามา ส่วนว่ามันจะปะปนเรื่องของความรู้สึกว่าประเด็นนี้ ทำให้แก้ปัญหาบ้านเมืองได้หรือไม่ ที่ผ่านมาเวลายื่นเรื่องส่วนใหญ่ถ้าเป็นถวายฎีกาแบบนี้ ก็เป็นเรื่องเหมือนกับจะหาทางออกให้บ้านเมือง แต่การหาทางออกให้บ้านเมืองที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นความขัดแย้งระหว่างประชาชนกันเอง ทีนี้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนกันเองในกรณีนี้ มันไปเกี่ยวข้องกับปัญหาที่เรามองกันว่า มันเป็นเรื่องปัญหาสถาบันด้วย มันก็เลยยุ่งว่า ท่านมายื่นเรื่องในลักษณะแบบนี้เนี่ย มันก็เหมือนกับว่าจะดูท่าทีของท่านว่าคิดยังไง ซึ่งไม่เหมาะน่ะ คือ ในความเห็นผมว่า เรื่องพวกนี้ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง เพราะมันเป็นความขัดแย้งที่มันเป็น 2 ขั้วอยู่เนี่ย สุ่มเสี่ยง มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องว่าเราหาทางออกกันไม่ได้ มันไม่ใช่อย่างนั้น ปัญหาปัจจุบัน ถ้าพูดไปมันไม่ใช่เรื่องว่าบ้านเมืองอยู่ในสภาวะวิกฤตอะไรแท้ๆ ถ้าพูดไปก็คือมีรัฐบาลปกติ และเมื่อรัฐบาลบริหารไปสักระยะ แน่นอนมันก็ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ จะไปยุบสภาตามเขาเรียกร้อง หรือจะอยู่จนครบวาระอะไรก็แล้วแต่ มันก็มีการเลือกตั้งตามปกตินั่นแหละ แต่แน่นอนอีกฝ่ายก็มีความเห็นว่า ไม่ได้แล้ว ต้องเอาคนของเขากลับมา ผมมีความรู้สึกว่าตรงนี้เป็นข้อเรียกร้องที่ค่อนข้างจะ sensitive มันนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างแต่ละฝ่ายมากขึ้น ผมว่ามันเป็นเรื่อง sensitive ของสถาบันน่ะ”
“ขณะเดียวกัน ผมก็คิดได้ในฐานะของคนทั่วๆ ไปว่า สถานการณ์ในลักษณะแบบนี้เนี่ย ถามว่าเราจะมาทำเพื่อคนคนเดียวเนี่ย มันมีประโยชน์อะไร คือผมคิดในแง่ของผมอย่างนี้ว่า ตอนนี้เรากำลังทำเพื่อคนคนเดียวหรือเปล่า หมายถึงว่า เราคิดว่าถ้าคนคนนี้ได้อภัยโทษแล้ว สถานการณ์มันจะดีขึ้นหรือไง บ้านเมืองจะดีขึ้นเหรอ (ถาม-อ.คิดว่าจะดีขึ้นมั้ย ถ้ามีการอภัยโทษให้เขาจริงๆ?) ผมไม่คิดอย่างนั้น คือเขาไม่ได้ยอมรับผิดน่ะ เมื่อไม่ได้ยอมรับผิด มันก็กลายเป็นว่าอีกฝ่ายไปแกล้งเขา พออีกฝ่ายหนึ่งแกล้ง การที่บอกว่าขออภัยโทษก็คือว่า เราไม่ผิดนะ ถามว่าจะมาขออภัยโทษอะไร ในเมื่อคุณก็ยังไม่ได้บอกว่าคุณกระทำผิด”
ขณะที่ ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองการเตรียมเข้าชื่อของคนเสื้อแดงเพื่อถวายฎีกาให้มีการพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นสิ่งที่ท้าทายสังคมและไม่น่าจะเหมาะสม เพราะหากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณอภัยโทษให้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาในแง่ความรู้สึกของราษฎรที่มีต่อสถาบันสูงสุด โดยเฉพาะประชาชนที่รักทักษิณ และเข้าชื่อถวายฎีกาให้
ผศ.ทวี ยังชี้ด้วยว่า การเข้าชื่อของคนเสื้อแดงเพื่อถวายฎีกาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากจะทำให้สถาบันกษัตริย์ต้องมัวหมองแล้ว ยังจะทำให้สังคมแตกแยกและเกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมืองด้วย
“เป็นการทำให้ภาพลักษณ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องมัวหมองไปใน 2 ด้าน ด้านหนึ่งก็คือ ค่อนข้างจะหมิ่นเหม่ต่อการไปแทรกแซงสถาบันตุลาการ ซึ่งก็เป็นองค์กรอิสระในแง่อำนาจอธิปไตย ซึ่งพระมหากษัตริย์เองก็ต้องใช้อำนาจอธิปไตยนั้นภายใต้ รธน.กำหนด จะมีอำนาจเหนือไม่ได้ และอีกเรื่องหนึ่งที่จะหมิ่นเหม่ ก็คือ ก็เป็นประเด็นที่พูดไปแล้ว เรื่องการหมิ่นเหม่ต่อความแตกแยกในสังคม ซึ่งคน 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่รักคุณทักษิณ กับฝ่ายที่ต่อต้านคุณทักษิณ ก็จะต้องออกมาปะทะกัน เพราะฉะนั้นการยื่นฎีกาในลักษณะนี้ ผมถือว่าเป็นลักษณะแค่การเป็นข้อเรียกร้องเหมือนกัน ถ้าในทางรัฐศาสตร์น่าจะเรียกว่า ultimatum ไม่ใช่ฎีกา แต่เป็นข้อบังคับเรียกร้องที่จะเอาตามความต้องการของตนเอง เหมือนกับเวลาประกาศสงคราม ในทางสงครามโลกที่ผ่านมา แต่ละประเทศเขาจะยื่น ultimatum ก็เป็นประกาศของการที่สงคราม เพราะฉะนั้น ผมเรียกว่า ultimatum ก็เพราะว่าสิ่งที่ฝ่ายเสื้อแดงจะยื่นเนี่ย ส่งผลเสียหายร้ายแรง 2 เรื่องที่ว่ามา เพราะฉะนั้นฎีกามันเป็นเรื่องส่วนบุคคล ส่วนบุคคลทั้งตัวผู้ขอ คือ ตัวนักโทษ และตัวผู้ให้ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณส่วนพระองค์ เพราะฉะนั้นการออกมาเคลื่อนไหวอย่างนี้ มันเป็นเรื่องสาธารณะ มันเป็นไปในทางมวลชน เพราะฉะนั้นมันไม่มีทางที่จะก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันได้เลย เหมือนกับประกาศสงครามนั่นแหละ”
“เพราะฉะนั้นในลักษณะของการยื่นฎีกาอย่างนี้ ผมคิดว่าจะทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และเมื่อเข้าไปถึงพระองค์แล้วเนี่ย ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องใหญ่ ก็เท่ากับว่าไปโยนระเบิดปรมาณูเข้าไปในพระเพลาของท่าน โยนไปที่หน้าตักของท่าน เพราะฉะนั้นทั้งการประกาศ การดำเนินการรวบรวมรายชื่อ และรอให้พระราชทานพระกรุณาธิคุณมาเนี่ย ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มีเจตนาอย่างเดียว นั่นก็คือ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีทางสำเร็จ และจะมีแต่ผลเสีย แต่เขาหวังผลอย่างเดียว คือ ความวุ่นวาย ความเดือดร้อนแตกแยก และความสูญเสียที่จะมาสู่สถาบันทั้งหลาย ผมคิดว่านี่แหละคือบาปเคราะห์ที่คนเหล่านี้กำลังสร้างให้กับบ้านเมือง”
ผศ.ทวี ยังแนะวิธีลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสถาบันหากคนเสื้อแดงเข้าชื่อถวายฎีกาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ จริงๆ ว่า เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องดูแลความสงบสุขในบ้านเมือง โดยเมื่อเห็นเหตุการณ์กำลังจะนำไปสู่ความวุ่นวายแบบนี้แล้ว รัฐบาลต้องป้องปรามด้วยการใช้อำนาจทั้งทางกฎหมาย ทางสังคม หรือในทางการเมือง โดยสร้างความเข้าใจให้ความรู้กับประชาชนทั่วประเทศว่า อะไรควร-อะไรไม่ควร รวมทั้งประณามการล่าชื่อถวายฎีกาที่ไม่เหมาะสมแบบนี้ รัฐบาลจะงอมืองอเท้าไม่ได้ เพราะการกระทำดังกล่าวไม่ใช่จะก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองเท่านั้น แต่จะเสื่อมเสียถึงสถาบันที่เราพยายามรักษามาอย่างยากลำบากด้วย ดังนั้น หากรัฐบาลไม่ทำอะไร แล้วเกิดอะไรขึ้น จะโทษใครไม่ได้ ต้องโทษและประณามรัฐบาลด้วย!!
นครศรีธรรมราช - “สุรชัย” ตอกเรื่องของประเทศไม่ใช่แค่ 3 เกลอ
นครศรีธรรมราช - “สุรชัย” ตอกเรื่องของประเทศไม่ใช่แค่ 3 เกลอผู้ยิ่งใหญ่ แนะถาม “แม้ว” เอาอย่างไรจบ-หากยังเดินหน้าต่อก็ต้องเตรียมรับผลที่จะตามมา
วันนี้ (1 ก.ค.) นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำ นปช.กล่าวที่ จ.นครศรีธรรมราช ถึงท่าทีของ 3 เกลอที่ยังเดินหน้าล่ารายชื่อถวายฎีกาช่วยให้นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ว่า ในส่วนตัวนั้นไม่ได้ต้องการไปชิงดีชิงเด่นกับทั้ง 3 เกลอ แต่ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นก็ด้วยความเป็นห่วง หากยังเดินหน้าต่อไปจะกลายเป็นว่าน่าห่วงยิ่งขึ้น และเมื่อเป็นเช่นนั้นจะต้องรอดูกันต่อไปว่า ผลที่ตามมาดีร้ายอย่างไร ต้องดูและทั้ง 3 คนว่าต้องรับกับผลที่จะเกิดขึ้น ส่วนตัวเองนั้นไม่มีอะไรที่ต้องไปโต้แย้ง และยืนยันว่าไม่ได้มีความขัดแย้ง
“สิ่งที่ผมแสดงความคิดเห็นออกไปนั้น เป็นเรื่องของประเทศไทย ไม่ใช่เรื่องของคน 2-3 คน และสิ่งที่ตามมานั้น 3 เกลอต้องรับได้ สิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาที่ตามมานั้นจะเป็นปัญหาของประเทศ ไม่ใช่แค่ 3 เกลอ ผมต่อสู้มาแล้ว 36 ปี ไม่ใช่แค่ 3 ปี นอกจากนายวีระ มุสิกพงศ์ แล้วที่เหลืออีก 2 คนเป็นรุ่นลูก สิ่งที่อยากเห็นคือ อนาคตของทั้ง 2 คนที่มีความสามารถ แต่เมื่อไม่รับฟังก็เป็นเรื่องของเขา ขอให้ไปถาม พ.ต.ท.ทักษิณว่าจะเอาหรือไม่ ถ้าเอาถ้าเอาก็ไม่ว่ากัน”
นายสุรชัยกล่าวด้วยว่า ในส่วนตัวนั้นจะเดินไปในทางเดิมต่อไป และอยากจะขอแนะนำเพิ่มเติมว่า หากจะยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ให้เปลี่ยนเป็นยื่นฎีการ้องทุกข์จะมีความเหมาะสมมากกว่า
นช.แม้วหมดมุขจนตรอก ทาบ"ไดโนเหนาะ"นำธงพท. (ผ่าประเด็นร้อน)
นช.แม้วหมดมุขจนตรอก ทาบ"ไดโนเหนาะ"นำธงพท. (ผ่าประเด็นร้อน)
กลายเป็นข่าวฮือฮาสำหรับพรรคเพื่อแม้วอีกครั้ง เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวว่า นักโทษชายแม้วได้ส่งคนในครอบครัวชินวัตร อันประกอบไปด้วย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ"เจ๊แดง" น้องสาวทั้งสองของนักโทษชายแม้ว พร้อมด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี สามีของ"เจ๊แดง" เดินทางไปพบนายเสนาะ เทียนทอง หรือ"บิ๊กแหนม"หัวหน้าพรรคประชาราช เพื่อทาบทามนายเสนาะให้กลับมาถือธงนำพรรคเพื่อไทยอีกครั้ง
คำบัญชาของ นักโทษชายแม้ว ที่ให้คนใกล้ชิดไปทาบทาม "บิ๊กแหนม" นับเป็นข่าวเซอร์ไพรส์เป็นอย่างมากเพราะก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะมีข่าวว่า นักโทษชายแม้ว เล็งที่จะทาบทามบุคคลสำคัญหลายคนให้มานำทัพพรรคเพื่อไทยไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร อดีตประธานวุฒิสภา หรือ ดร.โอฬาร ไชยประวัติ อดีตรองนายกรัฐมนตรี
ล่าสุด "บิ๊กแหนม" ดูเหมือนจะส่งสัญญาณแบะท่าตอบรับคำเชิญของ นักโทษชายแม้ว แล้ว โดยมีรายงานข่าวระบุว่า "บิ๊กแหนม" ตั้งเงื่อนไขหลายประการในการตอบรับเทียบเชิญครั้งนี้ โดยสาระสำคัญอยู่ที่ว่า หากกลับมาคุมพรรคเพื่อไทยอีกครั้งตัวเองต้องมีอำนาจสิทธิ์ขาดในพรรคโดยห้ามไม่ให้มีเสียงคัดค้านจากภายในพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะจาก ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน สส.พรรคเพื่อไทย ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่าเป็นไม้เบื่อไม้เมากับ "บิ๊กแหนม"มานาน
เมื่อพูดถึง "เหลิม ดาวเทียม" หลังจากที่รู้ข่าวว่ามีการส่งเทียบเชิญ "บิ๊กแหนม"มาคุมพรรคเพื่อไทย "เหลิม ดาวเทียม" ก็ใช้กลยุทธ์ตีกัน "บิ๊กแหนม"ทันทีด้วยการประกาศดื้อๆ กลางงานสังสรรค์ สส.พรรคเพื่อไทยดันก้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยโดยยกยอปอปั้นว่ามีคุณสมบัติเทียบชั้นนายกฯโอบามาร์ค แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ รู้ทันเกมรีบออกแถลงการณ์ปฏิเสธทันควันจน"เหลิม ดาวเทียม"หน้าแตกหมอไม่รับเย็บ
แต่ "เหลิมดาวเทียม" ก็ยังไม่เลิกล้มความพยายามขวาง "บิ๊กแหนม" ด้วยการให้สัมภาษณ์ ดักคอ "บิ๊กแหนม" ว่าครั้งหนึ่งเคยสาบานว่าไม่เอานักโทษชายแม้ว แล้ว แต่วันนี้กลับพลิกลิ้นอีกทั้งขณะนี้ สส.พรรคเพื่อไทยส่วนใหญ่ไม่เอา "บิ๊กแหนม"
เพราะฉะนั้นท่าทีของ "เหลิม ดาวเทียม" อาจสะท้อนสัญญาณศึกเกาเหลาในพรรคเพื่อไทย ในอนาคตหาก "บิ๊กแหนม"กลับมาเป็นใหญ่ในพรรคเพื่อไทย
การส่งเทียบเชิญ"บิ๊กแหนม"มานำธงพรรคเพื่อไทยของนักโทษชายแม้วครั้งนี้ด้านหนึ่งสะท้อนให้เห็นว่า นักโทษชายแม้ว กำลังหมดมุขและจนตรอกทางการเมืองถึงกับต้องหันมาใช้บริการ "บิ๊กแหนม" ให้มาช่วยนำธง ทั้งๆ ที่ "บิ๊กแหนม"เองมีสส.อยู่ในสังกัดแค่ 2 หน่อ และได้ชื่อว่าเป็น"เฒ่าไดโนเหนาะ" ที่มีแนวคิดย้อนยุค ขณะที่บารมีและภาพพจน์ของ "บิ๊กแหนม" ในปัจจุบันก็ไม่เป็นที่ยอมรับในหมู่นักการเมือง รวมทั้งสาธารณชนเพราะถูกมองว่าเป็นคนไร้จุดยืนกลืนน้ำลายตัวเองกลับไปกลับมาได้ตลอดเวลา
ทั้งนี้ หากย้อนกลับไปทบทวนจุดยืนของ "บิ๊กแหนม"ในอดีตจะพบว่า เคยขายสนามกอล์ฟอัลไพน์ให้ นักโทษชายแม้ว ด้วยราคาสูงถึง 500 ล้านบาท ก่อนนำทีมสส.กลุ่มวังน้ำเย็นเกือบ 100 คนเข้ามาร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทยแล้วปั้นจน นักโทษชายแม้ว ก้าวพรวดขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็ว แต่ต่อมาทั้งสองก็แตกคอขัดแย้งกัน จน "บิ๊กแหนม" โกรธจัดนำทีมสส.วังน้ำเย็น เป็นกบฏในพรรคไทยรักไทย และ"บิ๊กแหนม" เองถึงกับกล่าวโจมตี นักโทษชายแม้ว กลางสภาอย่างรุนแรงก่อนที่จะสะบัดหน้าแยกตัวออกมาจากพรรคไทยรักไทย
จากนั้นเป็นต้นมา "บิ๊กแหนม" ก็ประกาศตัวเป็นศัตรูดับเครื่องชน นักโทษชายแม้ว อย่างเปิดเผยถึงขนาดเคยขึ้นเวทีกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยโจมตี นักโทษชายแม้ว อย่างสาดเสียเทเสียชนิดชาตินี้ไม่มีวันเผาผี
นอกจากนี้ "บิ๊กแหนม" ยังเคยถ่ายทอดความเห็นของตัวเองลงในหนังสือ"รู้ทันทักษิณ 4"มีสาระสำคัญตอนหนึ่งว่า " คนคนเดียวกำลังจะสร้างปัญหาให้กับบ้านเมือง ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มีสาเหตุมาจากตัวปัญหาเพียงคนเดียวคือ ทักษิณ โดยคนคนนี้โกงเพื่อเข้ามาสู่อำนาจและเมื่อมีอำนาจแล้วก็โกงอีก อันตรายต่อบ้านเมืองสุดๆ .......มาถึงวันนี้ ทุกคนก็รู้ ทุกสถาบันก็รู้ เรามีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรามีรั้วของชาติที่ต้องรักษา เรามีประชาธิปไตยของบ้านเมือง แต่คนคนนี้มาทำลายระบบทั้งหมดเลย อยากจะยุบกระทรวงไหนก็ยุบ อยากจะตั้งกระทรวงไหนก็ตั้ง กระทรวงอะไรที่เป็นประโยชน์กับกูก็ตั้ง ย้ายคนไปกระทรวงนั้นกระทรวงนี้ แล้วแต่ว่าใครสนองอำนาจหรือไม่ ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ทางเลือกของประชาชนจึงมี 2 ทาง คือ จะเอาทักษิณหรือจะเอาประเทศชาติ ผมคิดว่าใครทรยศผม ผมทนได้ แต่ทรยศต่อแผ่นดิน ผมยอมไม่ได้ "
นั่นคือ คำพูดของ "บิ๊กแหนม" ในอดีต แต่วันนี้ "บิ๊กแหนม"กำลังจะเสียคนตอนแก่ด้วยการเลียน้ำลายตัวเองที่ถ่มลงบนพื้นแล้วกลืนกลับลงคออีกครั้ง จากการกลับมาจูบปากกับ นักโทษชายแม้ว
เพราะฉะนั้นการหันมาจูบปากกันอีกครั้งระหว่างนักโทษชายแม้วกับ"บิ๊กแหนม"เหมือนคนที่กำลังใกล้จนตรอกและคงไม่ต่างอะไรกับผีเน่ากับโลงผุที่มีแต่จะเสื่อมสลายไปตามกาลเวลา
ทักษิณ ชินวัตร เวลคัมทูไทยแลนด์ (ประชาไท ธนณรงค์)
ทักษิณ ชินวัตร เวลคัมทูไทยแลนด์ (ประชาไท ธนณรงค์)
ผมมีความรู้สึกว่าคนไทยบางคนบางกลุ่มแกล้งโง่หรือโง่จริงๆยังไม่แน่ใจ กรณีที่ คุณทักษิณ ชินวัตร โฟนอินอ้อนบรรดาพ่อยกแม่ยกชาวรากหญ้าทั้งหลายว่าอยากกลับบ้านขอให้ช่วยกันนำ คุณทักษิณ กลับบ้านหน่อย
ความหมายที่ คุณทักษิณ พยายามจะสื่อไปถึงมิตรรักแฟนพันธุ์แท้หรือกระทั่งลิ่วล้อคือมีคนหรือกระบวนการบางสิ่งบางอย่าง จะอยู่ในหรืออยู่นอกรัฐธรรมนูญ จะมีบารมีหรือไม่มีบารมีก็ตาม คือสิ่งที่เป็นตัวปัญหาและอุปสรรคที่ทำให้คุณทักษิณ ระเห็จระเหเร่ร่อน นอนกลางทะเลทราบ จิบไวน์ฝรั่งเศส
กลับประเทศไทยไม่ได้
ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงคือ ไม่มีใครห้าม ไม่มีว่าดุด่าว่าร้าย หรือไม่มีใครเลยที่ไม่ต้องการให้คุณทักษิณ กลับประเทศ และที่สำคัญคือไม่มีคนกลุ่มไหนไปปิดสนามบินสุวรรณภูมิไม่ให้เครื่องบินส่วนตัวคุณทักษิณลงจอด แม้แต่นกรอบๆสุวรรณภูมิก็ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการลงจอดของเครื่องบินไม่ว่าเล็กหรือใหญ่
คือถนนหนทางและลานบินเปิดกว้างรอคุณทักษิณ ตลอดเวลา
แต่ที่คุณทักษิณ ไม่กลับแล้วพยายามเบี่ยงเบนประเด็น สร้างความเข้าใจผิดให้กับมิตรรักแฟนพันธุ์แม้และลิ่วล้อ เพราะหากกลับมาแล้วจะต้องมารับโทษทัณฑ์ทางอาญาที่ศาลตัดสินไปแล้ว 1 คดีให้จำคุก 2 ปีโดยไม่ต้องรอลงอาญา และยังมีคดีที่รอคิวเป็นหางว่าวยาวตั้งแต่อาคารชินวัตร3พหลโยธินไปจนถึงสนามกอล์ฟอัลไพน์โน่น
เป็นอุปสรรคที่ทำให้คุณทักษิณไม่กล้ากลับ
จำได้ไหมครับ ครั้งแรกที่คุณทักษิณ ถูกรัฐประหาร ต้องระเห็จระเหเร่ร่อน จวบจนกระทั่งมีรัฐบาลภายใต้การนำของ "นอมินี"คุณทักษิณ ทั้งรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาล สมชาย วงศ์สวัสดิ์
คุณทักษิณจึงกลับประเทศไทย พร้อมกับก้มลงจูบแผ่นดินแม่ ปากระร่ำละลักว่าจะต้อสู้คดีเพื่อความยุติธรรม และขอตายบนแผ่นดินเกิด จะไม่หลบลี้หนีหน้าไปไหน
ไม่นานพอเขาจะตัดสินคดี ที่คุณทักษิณ น่าจะล่วงรู้เป็นการภายในว่าคำตัดสินออกมาเช่นไร คุณทักษิณ กับคุณหญิงพจมาน จึงโกหกศาลว่าจะไปสอนหนังสือที่ญี่ปุ่นและเลยไปดูกีฬาโอลิมปิกที่จีน แล้วสัญญาว่าจะกลับมารายงานตัวต่อศาล
สุดท้ายก็หายเข้ากลีบเมฆ
การเดินทางร่อนเร่อยู่ต่างประเทศของคุณทักษิณ ไม่มีใครขับไสไล่ส่ง แต่คุณทักษิณ หนีคดีไปต่างประเทศเองเพราะกลัวจะติดคุก
มาถึงวันนี้คุณทักษิณ โฟนอินไปหลายเวทีว่าขอให้ชาวรากหญ้ามิตรรักแฟนเพลงช่วยกันอุ้มคุณทักษิณกลับประเทศด้วย คิดถึงประเทศไทยจะแย่อยุ่แล้ว อยู่กลางทะเลทรายมันร้อนรุ่มกลุ่มอุรา
ผมถามว่ามีใครห้ามไม่ให้คุณทักษิณ กลับประเทศไทยหรือเปล่า ก็เปล่า ทั้งอัยการและกระทรวงการต่างประเทศยิ่งต้องการให้คุณทักษิณกลับ ลงทุนลงแรงตามล่าตัวไปหลายที่แต่คว้าน้ำเหลว
แต่คุณทักษิณ กลับอ้อนว่าอยากกลับประเทศ อย่างนี้จะเรียกว่าตอแหลหรือเปล่า ผมว่าต่อให้คนรากหญ้าเลือกพรรคเพื่อไทยมาเยอะขนาดไหน ก็ไม่มีทางอุ้มคุณทักษิณ หรือทำให้คุณทักษิณ กล้ากลับประเทศได้เพราะหากกลับมาต้องติดคุกแน่นอน
เว้นแต่คุณทักษิณจะกลับมาอย่างเทวดาด้วยการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ตัวเองพ้นผิด
วันนี้ผมยังมองไม่เห็นว่าใครจะช่วยให้คุณทักษิณพ้นผิดได้
ชินวัตร
ยาวสักหน่อย แต่ลองอ่านดู สำหรับบทวิเคาระห์นี้ จริงเท็จอย่างไรพิจารณากันเอง
ใครจะคิดอย่างไรกับ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่โฟนอินมาอ้อนแฟนเสื้อแดงกลางสนามหลวงเมื่อค่ำวันเสาร์ (๒๗ มิ.ย.๕๒) ผมก็ไม่ทราบนะ แต่สำหรับผมซึ่งบังเอิญเคล้าสายฝนแอบฟังเสียงสดๆ กับเขาด้วย ขอบอกด้วยความเป็นห่วงว่า “นายใหญ่อาการน่าเป็นห่วง” เพราะโรค Bipola ออกอาการ active mania เข้าขั้นระยะสุดท้าย พูดง่ายๆ คือ “ใกล้บ้า” สมบูรณ์แบบเข้าไปทุกขณะแล้ว
ก็ได้แต่ปลง “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นพลันสนอง” นั่นแหละ....ทักษิณเอ้ย!
แล้วแทนที่พวกญาติพี่น้อง และข้าทาสบริวารทั้งหลายจะห่วงใย คิดทางช่วยเหลือเพื่อแก้ไขให้ถูกเรื่อง-ถูกราว ก่อนที่จะ “บ้าสนิท” ไปจริงๆ
ตรงกันข้าม กลับช่วยกัน “หลอกกิน-หลอกใช้” ทักษิณ เหมือนกับไม่สังเกตเห็นน้ำเสียง-คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความรู้สึกที่แปรปรวนตลอดเวลาโฟนอินอันยาวนานเป็นพิเศษเมื่อคืนวันเสาร์?!
โดยเฉพาะ “นายวีระ มุสิกพงศ์” หนึ่งในสามเกลอหัวขวด ผมชักสงสัยว่าทักษิณหลอกใช้นายวีระ หรือว่านายวีระหลอกกินทักษิณกันแน่ เพราะเรื่อง “ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ” ที่วีระแผล็บๆ เสนอทักษิณขณะโฟนอินนั้น พูดกันตรงๆ นอกจากเป็นรายการหลอกขายแพกเกจใหม่กับทักษิณแล้ว
ยังเป็นการหลอกลวงคนเสื้อแดงทุกคนให้ “หลงเชื่อผิดๆ” ด้วย!
เพราะการที่บอกกับคนเสื้อแดงในวงชุมนุมว่าจะรวบรวมรายชื่อให้ได้เป็นล้าน เพื่อทำฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณนั้น โดยข้อเท็จจริงแล้ว ทักษิณยังไม่เข้าองค์ประกอบที่ทำได้ ขืนทำก็จะขัดต่อหลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ
การที่นายวีระนำสิ่งที่ไม่ถูกต้องบอกกับคนเสื้อแดงให้เข้าใจผิด โดยสิ่งนั้นเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง เมื่อทำไปแล้ว แต่ผลที่ออกมาไม่เป็นดังปรารถนา
นั่น..มิเป็นการทำให้ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรเกิดความสั่นไหวในศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูง อันเป็นผลมาจากการบิดเบือนข้อเท็จจริงของนายวีระครั้งนี้หรือ?
หรือว่าเป็นเจตนา-เป็นความจงใจ “ทำให้เกิด” จากคณะพรรคผู้เป็นแกน “คนเสื้อแดง” ที่พยายามนำ “ลัทธิแดง” เข้ามายึดครองประเทศไทย ดังที่เปลือยตัวตน-เปลือยพฤติกรรมให้เห็นชัดกันอยู่ขณะนี้
นายวีระเรียนสูง จบกฎหมายจากธรรมศาสตร์มิใช่หรือ เคยเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และในคณะพรรคเสื้อแดงจะว่าไปแล้วก็เป็นแหล่งรวมพวกทนาย พวกนักกฎหมายอยู่เป็นร้อย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ เห็นจะไม่ได้
นอกจากบรรดาทนายความแล้ว ยังมีอดีตผู้พิพากษาปรากฏตัว ปรากฏบทบาทในขบวนการพยายามล้มล้างรัฐบาล ล้มล้างสถาบันอยู่หลายคน เช่น นายมานิต จิตรจันทร์กลับ ผู้เป็น ส.ส.ระบบ--ส่วนพรรคเพื่อไทยขณะนี้ด้วย
อันนี้ไม่ว่ากัน ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพจะทำ จะแสดงออก ถ้าสิ่งนั้นไม่ผิดกฎหมาย แต่ขอติงไว้นิดสำหรับนายมานิต คุณพ้นไปแล้วจากสถาบันตุลาการ คุณต้องการเป็นสาวกทักษิณ ผู้ที่ศาลอาญาระบุไว้ตามคำพิพากษาว่า..ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดว่า “ทักษิณอยากเป็นประธานาธิบดี” นั้น
ไม่ผิด เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต!
เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ระดับนายมานิตย่อมทราบดี ตรงนี้ก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ผมบอกว่าขอติงก็คือ คุณจะร่วมปลุกปั่น ปลุกระดมอะไรก็ทำไป แก่ขนาดนั้นแล้ว มีสติ-สัมปชัญญะคิดได้แค่นั้น ก็ทำไปเถอะ
แต่อย่าให้พวกคุณนำคำว่า “อดีตอธิบดีศาลอาญา” ขึ้นไปประกาศต่อท้ายชื่อ “มานิต จัตรจันทร์กลับ” บนเวทีชุมนุมคนเสื้อแดงเลย ผมได้ยินแล้วบาดหู-แสลงใจ และหดหู่เป็นอย่างมาก และคิดว่าคนอีกจำนวนมากก็คงเหมือนผม
คุณเลือกที่จะไปทางนั้น ไปทางเปลี่ยนประเทศไทยเป็นแดง คุณก็ไปเถอะ!
แต่อย่าลาก “สถาบันตุลาการ” ไปแปดเปื้อนกับการกระทำของคุณเลย คนในสถาบันตุลาการ คือคนที่ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย แล้วนี่...คุณกำลังทำอะไรต่อบ้าน-ต่อเมือง หือ?
การลากนามสถาบันไปใช้เช่นนี้ คุณหวังให้คนฟังแล้วเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อพระราชอำนาจที่ทรงใช้ผ่านสถาบันตุลาการใช่ไหม?
และอดีตตุลาการที่ไม่เป็นดังท่าน โดยเฉพาะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถาบันตุลาการปัจจุบัน ได้ยินคนคนหนึ่งที่เคยดำรงตำแหน่งสูงในสถาบัน นำชื่อไปใช้ในทิศทางที่ไม่เป็นคุณต่อบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นนี้ ท่านเหล่านั้นจะรู้สึกอึดอัด และรันทดหดหู่ขนาดไหน?
ผมฟังนายวีระตะโกนชื่อมานิต แล้วต่อสร้อยด้วยคำว่า “อดีตอธิบดีศาลอาญา” ต่อหน้าคนเสื้อแดงที่หวังล้มแผ่นดินเพื่อทักษิณครั้งแล้ว-ครั้งเล่า เศร้าใจครับ จึงจำต้องพูดเผื่อช่วยสะกิดต่อมสำนึกคุณได้บ้าง
ย้อนกลับไปที่ทักษิณ ถ้าท่านฟังจะต้องรู้สึกเหมือนผมว่า ทักษิณอยู่ในสภาพสูญเสียการควบคุมตัวเองด้วยสติ-สัมปชัญญะแล้ว
ตลอดเวลาที่พูด อารมณ์แปรปรวนตลอด เดี๋ยวเศร้า-หดหู่ อ้อนวอนขอร้องให้พากลับบ้าน เหมือนเด็กรบเร้าผู้ปกครอง เดี๋ยวเกรี้ยวกราด-คุคลั่งหลั่งเลือด เดี๋ยวอวดรวย อวดเศรษฐี เหมืองทองไม่เอาแล้ว-กระจอก ชวนชาวบ้านไปทำเหมือนเพชร รวยกันวันละเป็นร้อย-เป็นพันล้าน เดี๋ยวบอกเหงา ทอดอาลัยตายอยาก กลัวตายกลางทะเลทรายขึ้นมาแล้ว
เดี๋ยวบอกว่าเป็นนักปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนากรรมฐาน อยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลับก็สบายใจ เดี๋ยวเอาอีกแล้ว อ้อนจะกลับมาบริหารกอบกู้เศรษฐกิจไทยให้รวยกันทั้งประเทศ
ผมฟังแล้วสมเพช-เวทนาจริงๆ เพราะอาการอย่างนี้ มันอาการของคน “บ้าเข้าขั้น” แล้ว!
แล้วมาถูกนายวีระหลอกคนบ้าเข้าอีก หลอกจะให้โฟนอิน นัน-สต็อป ยันสว่าง เคราะห์ดีลูกพี่บ้าน้อยกว่าลูกน้อง ข้อเสนอนี้เลยพับไป แต่นายวีระก็ยังนำแพกเกจใหม่มาหลอกขายต่อจนได้ นั่นคือแพ็กเกจ "ล่ารายชื่อคนเสื้อแดงทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ"
แพกเกจนี้จะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ไม่รู้นะ?
จะขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นไปได้อย่างไร ผมต้องรีบบอก เดี๋ยวประชาชนทั่วไปจะพลอยหลงผิดตามนายวีระไปด้วย ก่อนอื่น ต้องทราบก่อนว่า การพระราชทานอภัยโทษนั้น กรอบมีอยู่ว่า
.................
“การพระราชทานอภัยโทษ"หมายถึง การพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แก่ผู้ต้องโทษ ให้ได้รับการปล่อยตัว หรือลดโทษ แล้วแต่กรณี ทั้งเป็นไปในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเป็นการเฉพาะรายแก่ผู้ต้องโทษที่ได้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นมา
และในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาส หรือในวาระที่สำคัญเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ และบ้านเมือง โดยจะกำหนดเป็นพระราชกฤษฎีกา”
เนี่ยะ..กรอบหลักการใหญ่ๆมีอย่างนี้ แล้วทักษิณมันเข้ากรอบหลักการที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ที่ไหน วีระต้องรู้ ยิ่งนายมานิตยิ่งต้องรู้ใหญ่ แล้วเอาสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชนเพื่อให้เข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรกัน หือ?
แปลความง่ายๆ คือ การพระราชทานอภัยโทษมี ๒ แบบ คือแบบทั่วไป อย่างที่เห็นกับนักโทษตอนวันสำคัญๆ ของพระมหากษัตริย์ เช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น กับแบบเฉพาะรายบุคคล อย่างกับทักษิณนี้ ถือว่าเป็นรายบุคคล
แต่สาระหลักคือ ไม่ว่าจะแบบไหน การอภัยโทษนั้น มีให้เฉพาะ ผู้ต้องโทษ อยู่ในขณะนั้นเท่านั้น จะขอพระราชทานอภัยโทษให้กับบุคคลที่ยังไม่ต้องโทษไม่ได้
เอากันตรงๆ คือ คนที่ติดคุก ตัวอยู่ในคุก-เป็นนักโทษเด็ดขาดแล้วเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แล้วทักษิณติดคุกหรือยัง ตัวอยู่ในคุก-เป็๋นนักโทษหรือเปล่า?
คำตอบคือ เปล่า ทักษิณยังไม่ได้ติดคุก และตัวก็ไม่ได้อยู่ในคุก!!
นั่นคือ ทักษิณยังไม่ใช่นักโทษ เป็นเพียงผู้หลบหนีคำสั่งศาล และคำตัดสินของศาลเท่านั้น ขอย้ำชัดๆ....ทักษิณยังไม่มีโทษ ยังไม่ได้เป็นนักโทษ
และเมื่อไม่มีโทษ ยังไม่ได้เป็นนักโทษเด็ดขาด แล้วจะทูลเกล้าฯถวายฏีกาของพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณได้อย่างไรกัน ไม่มีที่ไนในโลกหรอกครับที่ คนไม่มีโทษแล้วจะไปขออภัยโทษ
และก็ไม่มีระบบที่ไหนอีกเช่นกัน จะพระราชทานอภัยโทษให้กับคนที่ไม่มีโทษ!
เข้าใจกันให้ชัดตามนี้นะครับ อย่าไปหลงเข้าใจผิดตามการสร้างกระแสของนายวีระ เขาคงหวังหลอกใช้ทักษิณเป็นสะพานไปสู่เป้าหมายลัทธิแดงของพวกเขา เพราะเมื่อประชาชนคนเสื้อแดงไม่ได้ดังหวัง กระแสก็จะตีกลับไปเป็นการมองด้วยเข้าใจผิดๆต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
อาจเป็นการ “เดินตามแผน” ไปสู่การล้มอำมาตย์-สถาปนาลัทธิแดงรูปแบบประธานาธิบดีของเขาก็ได้ ผมก็เดาใจพวกเขาไม่ถูก เห็นแต่หมู่นี้พวกสัตว์ป่าสลัดลายออกมาปลุกระดม โชว์หมวกดาวแดง โชว์เครื่องแบบแดงกันให้รึ่มไปหมด!
เอ้า...ก็ทราบองค์ประกอบตามหลักการอีกนิด คนที่จะมีสิทธิ์ถวายฏีกาขอพระราชทานยอภัยโทษได้นั้น ต้องเป็นนักโทษคดีถึงที่สุดแล้วเท่านั้น คือเป็นนักโทษเด็ดขาด ไม่มีอุทธรณ์-ฏีกาอะไรอีก และคนที่จะยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฏีกา ก็จะต้องเป็นตัวนักโทษเอง หรือ พ่อ แม่ ลูก เมีย เท่านั้น
คนอื่นนอกจากนี้ ต่อให้คนเสื้อแดงเป็นล้าน ก็ไม่มีสิทธิ์!
นั่นก็คือ ทักษิณไม่เข้าข่ายที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ถึงแม้คำตัดสินศาลฏีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจะเป็นที่สุด แต่ทักษิณหลบหนี ยังไม่ได้มารับโทษ จึงไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ นอกจากกลับมาติดคุก-เป็นโทษอยู่ในคุกก่อนเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ยื่นฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษผ่านเรือนจำ หรือกระทรวงมหาดไทย หรือสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูล
ก็จะเห็นชัดว่า ที่นายวีระประกาศจะรวบรวมรายชื่อถวายฏีกานั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำ และไม่มีสิทธิ์ที่จะถวายฏีกา ๑.คนเสื้อแดงไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ลูก และไม่ใช่เมียของทักษิณ
และ ๒.ตัวทักษิณไปมุดหัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่มีตัวอยู่ในคุก แถมยังคุยโขมงทั้ง ๖ โมงเช้า และ ๖ โมงเย็นว่า ตัวเองไม่มีความผิดแล้วจะขอพระราชทานโทษให้กับคนไม่มีความผิด-ไม่มีโทษได้อย่างไร?
ถ้าคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย รักจริง-ปรารถนาดีจริง ต่อทักษิณ ต้องช่วยกันเอาตัวทักษิณกลับมาเข้าคุกให้ได้เสียก่อน เป็น “นักโทษชายทักษิณ” เต็มตัวเมื่อไหร่แล้วนั่นแหละ ด้วยโทษที่มีนั้น ทักษิณและญาติจึงมีสิทธิ์ยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ส่วนจะได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัยขององค์พระมหากษัตริย์ อย่าเที่ยวปลุกปั่นหวังเอาคนหมู่มากมาบีบเช่นนี้เป็นอันขาด.
“ไข่แม้วดำ” หลอกกินตับขายแพกเกจใหม่ “ขอพระราชทานอภัยโทษ”
เปลว สีเงิน” เวทนาทักษิณโฟนอิน ฟ้องให้เห็นอาการน่าเป็นห่วง เข้าทำนองกรรมสนองกรรม ผีซ้ำเจอ “ไข่แม้วดำ” หลอกกินตับขายแพกเกจใหม่ “ขอพระราชทานอภัยโทษ” พ่วงสะกดจิตคนเสื้อแดงให้ละเมอลงชื่อร่วมถวายฎีกาฯ ทั้งที่รู้ว่าองค์ประกอบไม่เข้าหลักเกณฑ์ เหมือนจงใจทำให้เกิด “ลัทธิเสื้อแดงครองประเทศ” แนะ ลิ่วล้อหิ้วปีกมานอนคุกให้ได้เสียก่อนค่อยว่ากัน ติง “มานิต จัตรจันทร์กลับ” อย่าอ้างอดีตความเป็นอธิบดีศาลอาญาบนเวทีชุมนุม ทำให้สถาบันตุลาการต้องพลอยแปดเปื้อนไปด้วย
วันนี้ (29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันนี้ ในหน้า 5 คอลัมน์ “คนปลายซอย” ของ “เปลว สีเงิน” ได้เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง ทักษิณ “ไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ” ภายหลังแกนนำม็อบเสื้อแดงประกาศจะล่ารายชื่อทั่วประเทศเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนช.ทักษิณ ชินวัตร โดยรายละเอียดบทความดังกล่าว มีดังนี้
ใครจะคิดอย่างไรกับ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่โฟนอินมาอ้อนแฟนเสื้อแดงกลางสนามหลวงเมื่อค่ำวันเสาร์ (๒๗ มิ.ย.๕๒) ผมก็ไม่ทราบนะ แต่สำหรับผมซึ่งบังเอิญเคล้าสายฝนแอบฟังเสียงสดๆ กับเขาด้วย ขอบอกด้วยความเป็นห่วงว่า “นายใหญ่อาการน่าเป็นห่วง” เพราะโรค Bipola ออกอาการ active mania เข้าขั้นระยะสุดท้าย พูดง่ายๆ คือ “ใกล้บ้า” สมบูรณ์แบบเข้าไปทุกขณะแล้ว
ก็ได้แต่ปลง “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นพลันสนอง” นั่นแหละ....ทักษิณเอ้ย!
แล้วแทนที่พวกญาติพี่น้อง และข้าทาสบริวารทั้งหลายจะห่วงใย คิดทางช่วยเหลือเพื่อแก้ไขให้ถูกเรื่อง-ถูกราว ก่อนที่จะ “บ้าสนิท” ไปจริงๆ
ตรงกันข้าม กลับช่วยกัน “หลอกกิน-หลอกใช้” ทักษิณ เหมือนกับไม่สังเกตเห็นน้ำเสียง-คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความรู้สึกที่แปรปรวนตลอดเวลาโฟนอินอันยาวนานเป็นพิเศษเมื่อคืนวันเสาร์?!
โดยเฉพาะ “นายวีระ มุสิกพงศ์” หนึ่งในสามเกลอหัวขวด ผมชักสงสัยว่าทักษิณหลอกใช้นายวีระ หรือว่านายวีระหลอกกินทักษิณกันแน่ เพราะเรื่อง “ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ” ที่วีระแผล็บๆ เสนอทักษิณขณะโฟนอินนั้น พูดกันตรงๆ นอกจากเป็นรายการหลอกขายแพกเกจใหม่กับทักษิณแล้ว
ยังเป็นการหลอกลวงคนเสื้อแดงทุกคนให้ “หลงเชื่อผิดๆ” ด้วย!
เพราะการที่บอกกับคนเสื้อแดงในวงชุมนุมว่าจะรวบรวมรายชื่อให้ได้เป็นล้าน เพื่อทำฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณนั้น โดยข้อเท็จจริงแล้ว ทักษิณยังไม่เข้าองค์ประกอบที่ทำได้ ขืนทำก็จะขัดต่อหลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ
การที่นายวีระนำสิ่งที่ไม่ถูกต้องบอกกับคนเสื้อแดงให้เข้าใจผิด โดยสิ่งนั้นเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง เมื่อทำไปแล้ว แต่ผลที่ออกมาไม่เป็นดังปรารถนา
นั่น..มิเป็นการทำให้ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรเกิดความสั่นไหวในศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูง อันเป็นผลมาจากการบิดเบือนข้อเท็จจริงของนายวีระครั้งนี้หรือ?
หรือว่าเป็นเจตนา-เป็นความจงใจ “ทำให้เกิด” จากคณะพรรคผู้เป็นแกน “คนเสื้อแดง” ที่พยายามนำ “ลัทธิแดง” เข้ามายึดครองประเทศไทย ดังที่เปลือยตัวตน-เปลือยพฤติกรรมให้เห็นชัดกันอยู่ขณะนี้
นายวีระเรียนสูง จบกฎหมายจากธรรมศาสตร์มิใช่หรือ เคยเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และในคณะพรรคเสื้อแดงจะว่าไปแล้วก็เป็นแหล่งรวมพวกทนาย พวกนักกฎหมายอยู่เป็นร้อย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ เห็นจะไม่ได้
นอกจากบรรดาทนายความแล้ว ยังมีอดีตผู้พิพากษาปรากฏตัว ปรากฏบทบาทในขบวนการพยายามล้มล้างรัฐบาล ล้มล้างสถาบันอยู่หลายคน เช่น นายมานิต จิตรจันทร์กลับ ผู้เป็น ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคเพื่อไทยขณะนี้ด้วย
อันนี้ไม่ว่ากัน ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพจะทำ จะแสดงออก ถ้าสิ่งนั้นไม่ผิดกฎหมาย แต่ขอติงไว้นิดสำหรับนายมานิต คุณพ้นไปแล้วจากสถาบันตุลาการ คุณต้องการเป็นสาวกทักษิณ ผู้ที่ศาลอาญาระบุไว้ตามคำพิพากษาว่า..ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดว่า “ทักษิณอยากเป็นประธานาธิบดี” นั้น
ไม่ผิด เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต!
เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ระดับนายมานิตย่อมทราบดี ตรงนี้ก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ผมบอกว่าขอติงก็คือ คุณจะร่วมปลุกปั่น ปลุกระดมอะไรก็ทำไป แก่ขนาดนั้นแล้ว มีสติ-สัมปชัญญะคิดได้แค่นั้น ก็ทำไปเถอะ
แต่อย่าให้พวกคุณนำคำว่า “อดีตอธิบดีศาลอาญา” ขึ้นไปประกาศต่อท้ายชื่อ “มานิต จัตรจันทร์กลับ” บนเวทีชุมนุมคนเสื้อแดงเลย ผมได้ยินแล้วบาดหู-แสลงใจ และหดหู่เป็นอย่างมาก และคิดว่าคนอีกจำนวนมากก็คงเหมือนผม
คุณเลือกที่จะไปทางนั้น ไปทางเปลี่ยนประเทศไทยเป็นแดง คุณก็ไปเถอะ!
แต่อย่าลาก “สถาบันตุลาการ” ไปแปดเปื้อนกับการกระทำของคุณเลย คนในสถาบันตุลาการ คือคนที่ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย แล้วนี่...คุณกำลังทำอะไรต่อบ้าน-ต่อเมือง หือ?
การลากนามสถาบันไปใช้เช่นนี้ คุณหวังให้คนฟังแล้วเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อพระราชอำนาจที่ทรงใช้ผ่านสถาบันตุลาการใช่ไหม?
และอดีตตุลาการที่ไม่เป็นดังท่าน โดยเฉพาะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถาบันตุลาการปัจจุบัน ได้ยินคนคนหนึ่งที่เคยดำรงตำแหน่งสูงในสถาบัน นำชื่อไปใช้ในทิศทางที่ไม่เป็นคุณต่อบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นนี้ ท่านเหล่านั้นจะรู้สึกอึดอัด และรันทดหดหู่ขนาดไหน?
ผมฟังนายวีระตะโกนชื่อมานิต แล้วต่อสร้อยด้วยคำว่า “อดีตอธิบดีศาลอาญา” ต่อหน้าคนเสื้อแดงที่หวังล้มแผ่นดินเพื่อทักษิณครั้งแล้ว-ครั้งเล่า เศร้าใจครับ จึงจำต้องพูดเผื่อช่วยสะกิดต่อมสำนึกคุณได้บ้าง
ย้อนกลับไปที่ทักษิณ ถ้าท่านฟังจะต้องรู้สึกเหมือนผมว่า ทักษิณอยู่ในสภาพสูญเสียการควบคุมตัวเองด้วยสติ-สัมปชัญญะแล้ว
ตลอดเวลาที่พูด อารมณ์แปรปรวนตลอด เดี๋ยวเศร้า-หดหู่ อ้อนวอนขอร้องให้พากลับบ้าน เหมือนเด็กรบเร้าผู้ปกครอง เดี๋ยวเกรี้ยวกราด-คุคลั่งหลั่งเลือด เดี๋ยวอวดรวย อวดเศรษฐี เหมืองทองไม่เอาแล้ว-กระจอก ชวนชาวบ้านไปทำเหมือนเพชร รวยกันวันละเป็นร้อย-เป็นพันล้าน เดี๋ยวบอกเหงา ทอดอาลัยตายอยาก กลัวตายกลางทะเลทรายขึ้นมาแล้ว
เดี๋ยวบอกว่าเป็นนักปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนากรรมฐาน อยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลับก็สบายใจ เดี๋ยวเอาอีกแล้ว อ้อนจะกลับมาบริหารกอบกู้เศรษฐกิจไทยให้รวยกันทั้งประเทศ
ผมฟังแล้วสมเพช-เวทนาจริงๆ เพราะอาการอย่างนี้ มันอาการของคน “บ้าเข้าขั้น” แล้ว!
แล้วมาถูกนายวีระหลอกคนบ้าเข้าอีก หลอกจะให้โฟนอิน นัน-สต็อป ยันสว่าง เคราะห์ดีลูกพี่บ้าน้อยกว่าลูกน้อง ข้อเสนอนี้เลยพับไป แต่นายวีระก็ยังนำแพกเกจใหม่มาหลอกขายต่อจนได้ นั่นคือแพ็กเกจ "ล่ารายชื่อคนเสื้อแดงทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ"
แพกเกจนี้จะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ไม่รู้นะ?
จะขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นไปได้อย่างไร ผมต้องรีบบอก เดี๋ยวประชาชนทั่วไปจะพลอยหลงผิดตามนายวีระไปด้วย ก่อนอื่น ต้องทราบก่อนว่า การพระราชทานอภัยโทษนั้น กรอบมีอยู่ว่า
.................
“การพระราชทานอภัยโทษ"หมายถึง การพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แก่ผู้ต้องโทษ ให้ได้รับการปล่อยตัว หรือลดโทษ แล้วแต่กรณี ทั้งเป็นไปในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเป็นการเฉพาะรายแก่ผู้ต้องโทษที่ได้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นมา
และในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาส หรือในวาระที่สำคัญเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ และบ้านเมือง โดยจะกำหนดเป็นพระราชกฤษฎีกา”
เนี่ยะ..กรอบหลักการใหญ่ๆมีอย่างนี้ แล้วทักษิณมันเข้ากรอบหลักการที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ที่ไหน วีระต้องรู้ ยิ่งนายมานิตยิ่งต้องรู้ใหญ่ แล้วเอาสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชนเพื่อให้เข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรกัน หือ?
แปลความง่ายๆ คือ การพระราชทานอภัยโทษมี ๒ แบบ คือแบบทั่วไป อย่างที่เห็นกับนักโทษตอนวันสำคัญๆ ของพระมหากษัตริย์ เช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น กับแบบเฉพาะรายบุคคล อย่างกับทักษิณนี้ ถือว่าเป็นรายบุคคล
แต่สาระหลักคือ ไม่ว่าจะแบบไหน การอภัยโทษนั้น มีให้เฉพาะ ผู้ต้องโทษ อยู่ในขณะนั้นเท่านั้น จะขอพระราชทานอภัยโทษให้กับบุคคลที่ยังไม่ต้องโทษไม่ได้
เอากันตรงๆ คือ คนที่ติดคุก ตัวอยู่ในคุก-เป็นนักโทษเด็ดขาดแล้วเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แล้วทักษิณติดคุกหรือยัง ตัวอยู่ในคุก-เป็๋นนักโทษหรือเปล่า?
คำตอบคือ เปล่า ทักษิณยังไม่ได้ติดคุก และตัวก็ไม่ได้อยู่ในคุก!!
นั่นคือ ทักษิณยังไม่ใช่นักโทษ เป็นเพียงผู้หลบหนีคำสั่งศาล และคำตัดสินของศาลเท่านั้น ขอย้ำชัดๆ....ทักษิณยังไม่มีโทษ ยังไม่ได้เป็นนักโทษ
และเมื่อไม่มีโทษ ยังไม่ได้เป็นนักโทษเด็ดขาด แล้วจะทูลเกล้าฯถวายฏีกาของพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณได้อย่างไรกัน ไม่มีที่ไนในโลกหรอกครับที่ คนไม่มีโทษแล้วจะไปขออภัยโทษ
และก็ไม่มีระบบที่ไหนอีกเช่นกัน จะพระราชทานอภัยโทษให้กับคนที่ไม่มีโทษ!
เข้าใจกันให้ชัดตามนี้นะครับ อย่าไปหลงเข้าใจผิดตามการสร้างกระแสของนายวีระ เขาคงหวังหลอกใช้ทักษิณเป็นสะพานไปสู่เป้าหมายลัทธิแดงของพวกเขา เพราะเมื่อประชาชนคนเสื้อแดงไม่ได้ดังหวัง กระแสก็จะตีกลับไปเป็นการมองด้วยเข้าใจผิดๆต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
อาจเป็นการ “เดินตามแผน” ไปสู่การล้มอำมาตย์-สถาปนาลัทธิแดงรูปแบบประธานาธิบดีของเขาก็ได้ ผมก็เดาใจพวกเขาไม่ถูก เห็นแต่หมู่นี้พวกสัตว์ป่าสลัดลายออกมาปลุกระดม โชว์หมวกดาวแดง โชว์เครื่องแบบแดงกันให้รึ่มไปหมด!
เอ้า...ก็ทราบองค์ประกอบตามหลักการอีกนิด คนที่จะมีสิทธิ์ถวายฏีกาขอพระราชทานยอภัยโทษได้นั้น ต้องเป็นนักโทษคดีถึงที่สุดแล้วเท่านั้น คือเป็นนักโทษเด็ดขาด ไม่มีอุทธรณ์-ฏีกาอะไรอีก และคนที่จะยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฏีกา ก็จะต้องเป็นตัวนักโทษเอง หรือ พ่อ แม่ ลูก เมีย เท่านั้น
คนอื่นนอกจากนี้ ต่อให้คนเสื้อแดงเป็นล้าน ก็ไม่มีสิทธิ์!
นั่นก็คือ ทักษิณไม่เข้าข่ายที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ถึงแม้คำตัดสินศาลฏีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจะเป็นที่สุด แต่ทักษิณหลบหนี ยังไม่ได้มารับโทษ จึงไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ นอกจากกลับมาติดคุก-เป็นโทษอยู่ในคุกก่อนเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ยื่นฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษผ่านเรือนจำ หรือกระทรวงมหาดไทย หรือสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูล
ก็จะเห็นชัดว่า ที่นายวีระประกาศจะรวบรวมรายชื่อถวายฏีกานั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำ และไม่มีสิทธิ์ที่จะถวายฏีกา ๑.คนเสื้อแดงไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ลูก และไม่ใช่เมียของทักษิณ
และ ๒.ตัวทักษิณไปมุดหัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่มีตัวอยู่ในคุก แถมยังคุยโขมงทั้ง ๖ โมงเช้า และ ๖ โมงเย็นว่า ตัวเองไม่มีความผิดแล้วจะขอพระราชทานโทษให้กับคนไม่มีความผิด-ไม่มีโทษได้อย่างไร?
ถ้าคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย รักจริง-ปรารถนาดีจริง ต่อทักษิณ ต้องช่วยกันเอาตัวทักษิณกลับมาเข้าคุกให้ได้เสียก่อน เป็น “นักโทษชายทักษิณ” เต็มตัวเมื่อไหร่แล้วนั่นแหละ ด้วยโทษที่มีนั้น ทักษิณและญาติจึงมีสิทธิ์ยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ส่วนจะได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัยขององค์พระมหากษัตริย์ อย่าเที่ยวปลุกปั่นหวังเอาคนหมู่มากมาบีบเช่นนี้เป็นอันขาด.
ไข่แม้วดำ หลอกกินตับขายแพกเกจใหม่ ขอพระราชทานอภัยโทษ
เปลว สีเงิน” เวทนาทักษิณโฟนอิน ฟ้องให้เห็นอาการน่าเป็นห่วง เข้าทำนองกรรมสนองกรรม ผีซ้ำเจอ “ไข่แม้วดำ” หลอกกินตับขายแพกเกจใหม่ “ขอพระราชทานอภัยโทษ” พ่วงสะกดจิตคนเสื้อแดงให้ละเมอลงชื่อร่วมถวายฎีกาฯ ทั้งที่รู้ว่าองค์ประกอบไม่เข้าหลักเกณฑ์ เหมือนจงใจทำให้เกิด “ลัทธิเสื้อแดงครองประเทศ” แนะ ลิ่วล้อหิ้วปีกมานอนคุกให้ได้เสียก่อนค่อยว่ากัน ติง “มานิต จัตรจันทร์กลับ” อย่าอ้างอดีตความเป็นอธิบดีศาลอาญาบนเวทีชุมนุม ทำให้สถาบันตุลาการต้องพลอยแปดเปื้อนไปด้วย
วันนี้ (29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันนี้ ในหน้า 5 คอลัมน์ “คนปลายซอย” ของ “เปลว สีเงิน” ได้เขียนบทวิเคราะห์เรื่อง ทักษิณ “ไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ” ภายหลังแกนนำม็อบเสื้อแดงประกาศจะล่ารายชื่อทั่วประเทศเพื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับนช.ทักษิณ ชินวัตร โดยรายละเอียดบทความดังกล่าว มีดังนี้
ใครจะคิดอย่างไรกับ “ทักษิณ ชินวัตร” ที่โฟนอินมาอ้อนแฟนเสื้อแดงกลางสนามหลวงเมื่อค่ำวันเสาร์ (๒๗ มิ.ย.๕๒) ผมก็ไม่ทราบนะ แต่สำหรับผมซึ่งบังเอิญเคล้าสายฝนแอบฟังเสียงสดๆ กับเขาด้วย ขอบอกด้วยความเป็นห่วงว่า “นายใหญ่อาการน่าเป็นห่วง” เพราะโรค Bipola ออกอาการ active mania เข้าขั้นระยะสุดท้าย พูดง่ายๆ คือ “ใกล้บ้า” สมบูรณ์แบบเข้าไปทุกขณะแล้ว
ก็ได้แต่ปลง “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นพลันสนอง” นั่นแหละ....ทักษิณเอ้ย!
แล้วแทนที่พวกญาติพี่น้อง และข้าทาสบริวารทั้งหลายจะห่วงใย คิดทางช่วยเหลือเพื่อแก้ไขให้ถูกเรื่อง-ถูกราว ก่อนที่จะ “บ้าสนิท” ไปจริงๆ
ตรงกันข้าม กลับช่วยกัน “หลอกกิน-หลอกใช้” ทักษิณ เหมือนกับไม่สังเกตเห็นน้ำเสียง-คำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์แห่งความรู้สึกที่แปรปรวนตลอดเวลาโฟนอินอันยาวนานเป็นพิเศษเมื่อคืนวันเสาร์?!
โดยเฉพาะ “นายวีระ มุสิกพงศ์” หนึ่งในสามเกลอหัวขวด ผมชักสงสัยว่าทักษิณหลอกใช้นายวีระ หรือว่านายวีระหลอกกินทักษิณกันแน่ เพราะเรื่อง “ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ” ที่วีระแผล็บๆ เสนอทักษิณขณะโฟนอินนั้น พูดกันตรงๆ นอกจากเป็นรายการหลอกขายแพกเกจใหม่กับทักษิณแล้ว
ยังเป็นการหลอกลวงคนเสื้อแดงทุกคนให้ “หลงเชื่อผิดๆ” ด้วย!
เพราะการที่บอกกับคนเสื้อแดงในวงชุมนุมว่าจะรวบรวมรายชื่อให้ได้เป็นล้าน เพื่อทำฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณนั้น โดยข้อเท็จจริงแล้ว ทักษิณยังไม่เข้าองค์ประกอบที่ทำได้ ขืนทำก็จะขัดต่อหลักเกณฑ์การขอพระราชทานอภัยโทษ
การที่นายวีระนำสิ่งที่ไม่ถูกต้องบอกกับคนเสื้อแดงให้เข้าใจผิด โดยสิ่งนั้นเกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยตรง เมื่อทำไปแล้ว แต่ผลที่ออกมาไม่เป็นดังปรารถนา
นั่น..มิเป็นการทำให้ประชาชนผู้เป็นพสกนิกรเกิดความสั่นไหวในศรัทธาต่อสถาบันเบื้องสูง อันเป็นผลมาจากการบิดเบือนข้อเท็จจริงของนายวีระครั้งนี้หรือ?
หรือว่าเป็นเจตนา-เป็นความจงใจ “ทำให้เกิด” จากคณะพรรคผู้เป็นแกน “คนเสื้อแดง” ที่พยายามนำ “ลัทธิแดง” เข้ามายึดครองประเทศไทย ดังที่เปลือยตัวตน-เปลือยพฤติกรรมให้เห็นชัดกันอยู่ขณะนี้
นายวีระเรียนสูง จบกฎหมายจากธรรมศาสตร์มิใช่หรือ เคยเป็นถึงรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย และในคณะพรรคเสื้อแดงจะว่าไปแล้วก็เป็นแหล่งรวมพวกทนาย พวกนักกฎหมายอยู่เป็นร้อย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมาย ทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ เห็นจะไม่ได้
นอกจากบรรดาทนายความแล้ว ยังมีอดีตผู้พิพากษาปรากฏตัว ปรากฏบทบาทในขบวนการพยายามล้มล้างรัฐบาล ล้มล้างสถาบันอยู่หลายคน เช่น นายมานิต จิตรจันทร์กลับ ผู้เป็น ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคเพื่อไทยขณะนี้ด้วย
อันนี้ไม่ว่ากัน ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพจะทำ จะแสดงออก ถ้าสิ่งนั้นไม่ผิดกฎหมาย แต่ขอติงไว้นิดสำหรับนายมานิต คุณพ้นไปแล้วจากสถาบันตุลาการ คุณต้องการเป็นสาวกทักษิณ ผู้ที่ศาลอาญาระบุไว้ตามคำพิพากษาว่า..ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ พูดว่า “ทักษิณอยากเป็นประธานาธิบดี” นั้น
ไม่ผิด เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต!
เช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ระดับนายมานิตย่อมทราบดี ตรงนี้ก็เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งที่ผมบอกว่าขอติงก็คือ คุณจะร่วมปลุกปั่น ปลุกระดมอะไรก็ทำไป แก่ขนาดนั้นแล้ว มีสติ-สัมปชัญญะคิดได้แค่นั้น ก็ทำไปเถอะ
แต่อย่าให้พวกคุณนำคำว่า “อดีตอธิบดีศาลอาญา” ขึ้นไปประกาศต่อท้ายชื่อ “มานิต จัตรจันทร์กลับ” บนเวทีชุมนุมคนเสื้อแดงเลย ผมได้ยินแล้วบาดหู-แสลงใจ และหดหู่เป็นอย่างมาก และคิดว่าคนอีกจำนวนมากก็คงเหมือนผม
คุณเลือกที่จะไปทางนั้น ไปทางเปลี่ยนประเทศไทยเป็นแดง คุณก็ไปเถอะ!
แต่อย่าลาก “สถาบันตุลาการ” ไปแปดเปื้อนกับการกระทำของคุณเลย คนในสถาบันตุลาการ คือคนที่ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย แล้วนี่...คุณกำลังทำอะไรต่อบ้าน-ต่อเมือง หือ?
การลากนามสถาบันไปใช้เช่นนี้ คุณหวังให้คนฟังแล้วเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อพระราชอำนาจที่ทรงใช้ผ่านสถาบันตุลาการใช่ไหม?
และอดีตตุลาการที่ไม่เป็นดังท่าน โดยเฉพาะที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถาบันตุลาการปัจจุบัน ได้ยินคนคนหนึ่งที่เคยดำรงตำแหน่งสูงในสถาบัน นำชื่อไปใช้ในทิศทางที่ไม่เป็นคุณต่อบ้านเมืองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่นนี้ ท่านเหล่านั้นจะรู้สึกอึดอัด และรันทดหดหู่ขนาดไหน?
ผมฟังนายวีระตะโกนชื่อมานิต แล้วต่อสร้อยด้วยคำว่า “อดีตอธิบดีศาลอาญา” ต่อหน้าคนเสื้อแดงที่หวังล้มแผ่นดินเพื่อทักษิณครั้งแล้ว-ครั้งเล่า เศร้าใจครับ จึงจำต้องพูดเผื่อช่วยสะกิดต่อมสำนึกคุณได้บ้าง
ย้อนกลับไปที่ทักษิณ ถ้าท่านฟังจะต้องรู้สึกเหมือนผมว่า ทักษิณอยู่ในสภาพสูญเสียการควบคุมตัวเองด้วยสติ-สัมปชัญญะแล้ว
ตลอดเวลาที่พูด อารมณ์แปรปรวนตลอด เดี๋ยวเศร้า-หดหู่ อ้อนวอนขอร้องให้พากลับบ้าน เหมือนเด็กรบเร้าผู้ปกครอง เดี๋ยวเกรี้ยวกราด-คุคลั่งหลั่งเลือด เดี๋ยวอวดรวย อวดเศรษฐี เหมืองทองไม่เอาแล้ว-กระจอก ชวนชาวบ้านไปทำเหมือนเพชร รวยกันวันละเป็นร้อย-เป็นพันล้าน เดี๋ยวบอกเหงา ทอดอาลัยตายอยาก กลัวตายกลางทะเลทรายขึ้นมาแล้ว
เดี๋ยวบอกว่าเป็นนักปฏิบัติธรรม นั่งวิปัสสนากรรมฐาน อยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องกลับก็สบายใจ เดี๋ยวเอาอีกแล้ว อ้อนจะกลับมาบริหารกอบกู้เศรษฐกิจไทยให้รวยกันทั้งประเทศ
ผมฟังแล้วสมเพช-เวทนาจริงๆ เพราะอาการอย่างนี้ มันอาการของคน “บ้าเข้าขั้น” แล้ว!
แล้วมาถูกนายวีระหลอกคนบ้าเข้าอีก หลอกจะให้โฟนอิน นัน-สต็อป ยันสว่าง เคราะห์ดีลูกพี่บ้าน้อยกว่าลูกน้อง ข้อเสนอนี้เลยพับไป แต่นายวีระก็ยังนำแพกเกจใหม่มาหลอกขายต่อจนได้ นั่นคือแพ็กเกจ "ล่ารายชื่อคนเสื้อแดงทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ"
แพกเกจนี้จะต้องจ่ายเท่าไหร่ก็ไม่รู้นะ?
จะขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นไปได้อย่างไร ผมต้องรีบบอก เดี๋ยวประชาชนทั่วไปจะพลอยหลงผิดตามนายวีระไปด้วย ก่อนอื่น ต้องทราบก่อนว่า การพระราชทานอภัยโทษนั้น กรอบมีอยู่ว่า
.................
“การพระราชทานอภัยโทษ"หมายถึง การพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แก่ผู้ต้องโทษ ให้ได้รับการปล่อยตัว หรือลดโทษ แล้วแต่กรณี ทั้งเป็นไปในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเป็นการเฉพาะรายแก่ผู้ต้องโทษที่ได้ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯถวายฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษขึ้นมา
และในรูปของการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาส หรือในวาระที่สำคัญเกี่ยวกับองค์พระมหากษัตริย์ และบ้านเมือง โดยจะกำหนดเป็นพระราชกฤษฎีกา”
เนี่ยะ..กรอบหลักการใหญ่ๆมีอย่างนี้ แล้วทักษิณมันเข้ากรอบหลักการที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ที่ไหน วีระต้องรู้ ยิ่งนายมานิตยิ่งต้องรู้ใหญ่ แล้วเอาสถาบันเบื้องสูงมาเป็นเครื่องมือหลอกลวงประชาชนเพื่อให้เข้าใจผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไรกัน หือ?
แปลความง่ายๆ คือ การพระราชทานอภัยโทษมี ๒ แบบ คือแบบทั่วไป อย่างที่เห็นกับนักโทษตอนวันสำคัญๆ ของพระมหากษัตริย์ เช่นวันเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น กับแบบเฉพาะรายบุคคล อย่างกับทักษิณนี้ ถือว่าเป็นรายบุคคล
แต่สาระหลักคือ ไม่ว่าจะแบบไหน การอภัยโทษนั้น มีให้เฉพาะ ผู้ต้องโทษ อยู่ในขณะนั้นเท่านั้น จะขอพระราชทานอภัยโทษให้กับบุคคลที่ยังไม่ต้องโทษไม่ได้
เอากันตรงๆ คือ คนที่ติดคุก ตัวอยู่ในคุก-เป็นนักโทษเด็ดขาดแล้วเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ยื่นเรื่องราวทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
แล้วทักษิณติดคุกหรือยัง ตัวอยู่ในคุก-เป็๋นนักโทษหรือเปล่า?
คำตอบคือ เปล่า ทักษิณยังไม่ได้ติดคุก และตัวก็ไม่ได้อยู่ในคุก!!
นั่นคือ ทักษิณยังไม่ใช่นักโทษ เป็นเพียงผู้หลบหนีคำสั่งศาล และคำตัดสินของศาลเท่านั้น ขอย้ำชัดๆ....ทักษิณยังไม่มีโทษ ยังไม่ได้เป็นนักโทษ
และเมื่อไม่มีโทษ ยังไม่ได้เป็นนักโทษเด็ดขาด แล้วจะทูลเกล้าฯถวายฏีกาของพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณได้อย่างไรกัน ไม่มีที่ไนในโลกหรอกครับที่ คนไม่มีโทษแล้วจะไปขออภัยโทษ
และก็ไม่มีระบบที่ไหนอีกเช่นกัน จะพระราชทานอภัยโทษให้กับคนที่ไม่มีโทษ!
เข้าใจกันให้ชัดตามนี้นะครับ อย่าไปหลงเข้าใจผิดตามการสร้างกระแสของนายวีระ เขาคงหวังหลอกใช้ทักษิณเป็นสะพานไปสู่เป้าหมายลัทธิแดงของพวกเขา เพราะเมื่อประชาชนคนเสื้อแดงไม่ได้ดังหวัง กระแสก็จะตีกลับไปเป็นการมองด้วยเข้าใจผิดๆต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
อาจเป็นการ “เดินตามแผน” ไปสู่การล้มอำมาตย์-สถาปนาลัทธิแดงรูปแบบประธานาธิบดีของเขาก็ได้ ผมก็เดาใจพวกเขาไม่ถูก เห็นแต่หมู่นี้พวกสัตว์ป่าสลัดลายออกมาปลุกระดม โชว์หมวกดาวแดง โชว์เครื่องแบบแดงกันให้รึ่มไปหมด!
เอ้า...ก็ทราบองค์ประกอบตามหลักการอีกนิด คนที่จะมีสิทธิ์ถวายฏีกาขอพระราชทานยอภัยโทษได้นั้น ต้องเป็นนักโทษคดีถึงที่สุดแล้วเท่านั้น คือเป็นนักโทษเด็ดขาด ไม่มีอุทธรณ์-ฏีกาอะไรอีก และคนที่จะยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฏีกา ก็จะต้องเป็นตัวนักโทษเอง หรือ พ่อ แม่ ลูก เมีย เท่านั้น
คนอื่นนอกจากนี้ ต่อให้คนเสื้อแดงเป็นล้าน ก็ไม่มีสิทธิ์!
นั่นก็คือ ทักษิณไม่เข้าข่ายที่จะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ถึงแม้คำตัดสินศาลฏีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองจะเป็นที่สุด แต่ทักษิณหลบหนี ยังไม่ได้มารับโทษ จึงไม่มีสิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ นอกจากกลับมาติดคุก-เป็นโทษอยู่ในคุกก่อนเท่านั้น จึงจะมีสิทธิ์ยื่นฏีกาขอพระราชทานอภัยโทษผ่านเรือนจำ หรือกระทรวงมหาดไทย หรือสำนักราชเลขาธิการ เพื่อนำความขึ้นกราบบังคมทูล
ก็จะเห็นชัดว่า ที่นายวีระประกาศจะรวบรวมรายชื่อถวายฏีกานั้น ไม่มีสิทธิ์ที่จะทำ และไม่มีสิทธิ์ที่จะถวายฏีกา ๑.คนเสื้อแดงไม่ใช่พ่อ ไม่ใช่แม่ ไม่ใช่ลูก และไม่ใช่เมียของทักษิณ
และ ๒.ตัวทักษิณไปมุดหัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ไม่มีตัวอยู่ในคุก แถมยังคุยโขมงทั้ง ๖ โมงเช้า และ ๖ โมงเย็นว่า ตัวเองไม่มีความผิดแล้วจะขอพระราชทานโทษให้กับคนไม่มีความผิด-ไม่มีโทษได้อย่างไร?
ถ้าคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย รักจริง-ปรารถนาดีจริง ต่อทักษิณ ต้องช่วยกันเอาตัวทักษิณกลับมาเข้าคุกให้ได้เสียก่อน เป็น “นักโทษชายทักษิณ” เต็มตัวเมื่อไหร่แล้วนั่นแหละ ด้วยโทษที่มีนั้น ทักษิณและญาติจึงมีสิทธิ์ยื่นเรื่องทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ส่วนจะได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพระบรมราชวินิจฉัยขององค์พระมหากษัตริย์ อย่าเที่ยวปลุกปั่นหวังเอาคนหมู่มากมาบีบเช่นนี้เป็นอันขาด.
...เห็นแก่ประเทศชาติ กันจริง ๆ แน่หรือ??
...ได้อ่านหลาย ๆ ความเห็นแล้วรู้สึก เหนื่อยใจมาก ๆ คนบางคนใช้อารมณ์ เหนือ คำว่า "สติ" และ "ความรักชาติ"
จุดหลัก ที่ใคร ๆ ต่างพร่ำเสมอ ๆ คือ "ความสงบ" ของประเทศ เห็นชัดเลยว่า ความสงบของประเทศ มีอยู่แค่ หนทางเดียว ..ไม่ใช่การเลือกตั้ง ไม่ใช่การจับกุมใคร ไม่ใช่การขับไล่ ไม่ใช่การชุมนุม ไม่ใช่การเปลี่ยนรัฐบาล
แต่ หนทางเดียวของ "ความสงบ" ที่ว่า นั่นก็คือ คน ๆ นั้น ต้อง "หยุด" ในทุก ๆ ด้าน
เพียงแค่เขาคนนั้น "หยุด" พักให้สงบ สบายใจ ให้ประเทศชาติได้มีช่องว่างในการหายใจ และหาทางออก ด้วยตัวของมันเอง การนิ่งไม่ใช่การยอมแพ้ การสงบไม่ใช่การอ่อนข้อ แต่หากรักประเทศต้อง "ทำ" และเมื่อทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ เราจะเกิดปัญญาในการแก้ปัญหาที่คั่งค้าง
คนเราเกิดเป็นคนไทย อยู่ที่ไหนก็ ไม่สุขใจเท่าบ้านเกิดเมืองนอน แต่หากอยู่ที่ไหนก็ตามแล้วยังทำให้บ้านเมือง "ไร้ความสงบ" ก็เท่ากับ "ทำร้าย" บ้านเมืองไม่สิ้นสุด แล้วเมื่อไหร่ ประเทศจะสงบ..
ประเทศนี้ เป็นของทุกคน ทุกคนรักประเทศไทย ขอให้รักให้ถูกทาง รักให้ถูกที่ อย่าเอาแต่อ้าง สักแต่ว่า รัก แต่ ทำคำว่า "รัก" เป็น นามธรรม ไม่ได้
วันหนึ่งข้างหน้า..ประเทศไทย ก็ยังเป็นของคุณ คนไทยมีนิสัยที่ติดตัวมาแต่เกิดแล้ว คือ ให้อภัยเสมอ ไม่ว่าคุณจะเลวร้ายแค่ไหน หรือ ทำร้ายประเทศแค่ไหน แต่เมื่อได้ชื่อว่า เป็น คนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย คุณมีสิทธิ์กลับมาแน่ ๆ เพราะที่นี่คือ "บ้าน" ของคนไทยทุกคน
กลับมาทางคาร์โก้ก็ได้
กลับมาทางคาร์โก้ก็ได้ เขากวักมือเรียกให้กลับมานานแล้ว เงินเยอะดีนิ ลิ่วล้อเลยรุมตอม
replica Handbags
Replica Handbags
Replica Louis Vuitton Handbags - Fake purses - handbag - Wholesale bags Discount Watches, Fashion Watches, Wristwatch, Fake Watch, Wholesale Watches, Jewelry Watches, Replica Jewelry Watches. We Miu Miu Bags Replica guarantee to provide our customers the Replica Prada Bags best Yves Saint Laurent Handbags Yves Saint Laurent Handbags, Replica Juicy Couture Handbags Replica purses, Replica HandBags Fake Marc Jacobs Replica Bags wallets, clutches Replica Jimmy Choo Handbags and the most friendly Replica Louis Vuitton Handbags customer service. we guarantee Fendi Replica Handbags every Yves Saint Laurent Replica Balenciaga Handbags Bags you receive Replica Handbags will Replica Handbags Fake Loewe be exact bag Replica Handbags you ordered. Chloe Replica Each Replica bags Replica Coach sold enjoy Replica Gucci Handbags 7 days money back and 30 days Gucci Replica Handbags exchange Chloe Bags Replica warranty. Every Yves Saint Laurent Replica Handbags order from Cnreplicas.com is shipped via Dolce Gabbana Bags EMS, the customer Fake Versace is Jimmy Choo Replica Yves Saint Laurent Replica Bags responsible for Christian Dior Replica Bags the shipping fees Replica Handbags replica watches AH Bags Replica on the first replica watches order, but you Bally Handbags can get Replica Handbags the Yves Saint Laurent Handbags Replica free AH Replica Handbags shipping since Replica Louis Vuitton the Replica Handbags Miu Miu Handbags Replica second bag Fake Juicy Couture you Fake Hermes Handbags buy Replica Marc Jacobs Bags in Versace Handbags the Jimmy Choo Bags same item. Balenciaga Handbags Please note that Replica Handbags Replica Wallet Handbags Mulberry Replica Handbags If Juicy Couture Replica Bags the total Replica handbags amount Versace Bags Replica of Yves Saint Laurent Handbags Replica Chloe Bags payment is Balenciaga Replica over $600(USD), Replica Handbags Fake Loewe Handbags the customer Replica Handbags is Replica Handbags Hermes Bags Replica required to contact Replica Chloe our customer Replica Christian Dior Bags Replica Marc Jacobs Handbags service before sending Gucci Bags the money in Loewe Replica Handbags case Mulberry Handbags Replica Wallet Replica Handbags failed payment. Dolce & Gabbana Replica Bags Any other questions please feel free to email us by service@cnreplicas.com
fashion tiffany jewelry buy
fashion tiffany jewelry
buy cheap jewelry
designer tiffany jewelry
cheap jewelry
tiffany jewelry
silver bracelets
tiffany bangles
buy tiffany jewellery
ugg boots
ugg discount
cheap ugg classic
ugg boots
fashion ugg
cheap ugg shoes
ugg discount
cheapest ipod touch
buy ipod touch
mp4 mp5 players
discount ipods touch
classic timberland
timberland shoes online
cheap timberland
buy timberland boots
footwear
gucci shoes
bape shoes
boots shoes
nike air max
af1 shoes
nike jordan
nike shox
discount air nike
nike af1 shoes
Wholsale Footwear for sale
Wholsale Prada Shoes for sale
Wholsale Supra Shoes for sale
Wholsale UGG Boots for sale
Wholsale UGG Classic for sale
Wholsale UGG Ultra for sale
Wholsale Nike Air Max Shoes for sale
Wholsale Nike Shox Shoes for sale
Wholsale New Balance Shoes for sale
Wholsale Nike Basketball Shoes for sale
Wholsale Christian Louboutin Shoes for sale
Wholsale Timberland Boots for sale
Wholsale Nike Air Jordan Shoes for sale
Wholsale AF1-shoes for sale
Wholsale Nike Dunk SB Shoes for sale
Wholsale Gucci Shoes for sale
Wholsale Puma Shoes for sale
Wholsale UGG Bailey Button for sale
Wholsale UGG Classic Cardy for sale
Wholsale UGG Classic Short for sale
Wholsale Timberland Men's 6 Inch Boots for sale
Wholsale Classic Timberland for sale
Wholsale Kid's Timberland Boots for sale
Discount Kid's Timberland Boots
Discount Classic Timberland Short
Discount Timberland Men's 6 Inch Boots
Discount UGG Classic Short
Discount UGG Classic Cardy
Discount UGG Bailey Button
Discount Christian Louboutin Shoes
Discount Timberland Boots
Discount Nike Air Jordan Shoes
Discount AF1-shoes
Discount Nike Dunk SB Shoes
Discount Gucci Shoes
Discount Puma Shoes
Buy Footwear online
Buy Prada Shoes online
Buy Supra Shoes online
Buy UGG Boots online
Buy UGG Classic online
Buy UGG Ultra online
Buy Nike Air Max Shoes online
Buy Nike Shox Shoes online
Buy New Balance Shoes online
Buy Nike Basketball Shoes online
Buy Christian Louboutin Shoes online
Buy Timberland Boots online
Buy Nike Air Jordan Shoes online
Buy AF1-shoes online
Buy Nike Dunk SB Shoes online
Buy Gucci Shoes online
Buy Puma Shoes online
Buy UGG Bailey Button online
Buy UGG Classic Cardy online
Buy UGG Classic Short online
Buy Timberland Men's 6 Inch Boots online
Buy Classic Timberland online
Buy Kid's Timberland Boots online
wholesale shoe cheap ugg pink
wholesale shoe
cheap ugg
pink ugg
replica tiffany
cheap tiffany jewelry
Anya HindarMarch Handbags
Fendi Handbags
Fashion Tiffany Jewelry
tiffany jewelry
replica tiffany
tiffany silver jewelry
fake tiffany jewelry
Cheap Balenciaga Handbags for sale
Cheap Marc Jacbos Handbags for sale
Cheap Hermes Handbags for sale
Cheap Chanel Handbags for sale
Cheap Anya HindarMarch Handbags for sale
Cheap Burberry Handbags for sale
Cheap Chloe Handbags for sale
Cheap Fendi Handbags for sale
Cheap Givenchy Handbags for sale
Cheap Kooba Handbags for sale
Cheap MiuMiu Handbags for sale
Cheap Thomas Wylde Handbags for sale
Cheap YSL Handbags for sale
Cheap Anna Corinna Handbags for sale
Cheap Valentino Handbags for sale
Cheap Dolce Gabbana Handbags for sale
Cheap Roberto Cavalli Handbags for sale
Cheap Loewe Handbags for sale
Cheap Louis Vuitton Handbags for sale
UGG Mini
wholesale shoe
cheap ugg
pink ugg
replica tiffany
cheap tiffany jewelry
Anya HindarMarch Handbags
Fendi Handbags
Fashion Tiffany Jewelry
tiffany jewelry
replica tiffany
tiffany silver jewelry
fake tiffany jewelry
Cheap Balenciaga Handbags for sale
Cheap Marc Jacbos Handbags for sale
Cheap Hermes Handbags for sale
Cheap Chanel Handbags for sale
Cheap Anya HindarMarch Handbags for sale
Cheap Burberry Handbags for sale
Cheap Chloe Handbags for sale
Cheap Fendi Handbags for sale
Cheap Givenchy Handbags for sale
Cheap Kooba Handbags for sale
Cheap MiuMiu Handbags for sale
Cheap Thomas Wylde Handbags for sale
Cheap YSL Handbags for sale
Cheap Anna Corinna Handbags for sale
Cheap Valentino Handbags for sale
Cheap Dolce Gabbana Handbags for sale
Cheap Roberto Cavalli Handbags for sale
Cheap Loewe Handbags for sale
Cheap Louis Vuitton Handbags for sale
UGG Mini
cheap Jimmy Choo Shoes
replica watches
croum replica
replica chopard
Bell & Ross watch for sale
replica Piaget
แสดงความคิดเห็นใหม่