ศึกสี่เส้า‘กู๊ดลัค’
ศึกวัดกำลังภายใน!
เลือกตั้งซ่อม ส.ส.สกลนคร–ศรีสะเกษ ในวันที่ 21 มิ.ย.52...ศึกชนช้างระหว่าง “เนวิน ชิดชอบ” กับ “ทักษิณ ชินวัตร”
เป็นเรื่องที่รู้กันดีว่า...ทักษิณ คือ หัวหน้าพรรคตัวจริง ของ เพื่อไทย ในขณะที่ เนวิน ก็มีกลุ่มเพื่อนเนวิน คุมกำลัง แทบทั้งหมดใน พรรคภูมิใจไทย
การเลือกตั้งซ่อมคราวนี้จะทำให้เห็นถึง “ขุมกำลังฐานเสียง” ของแต่ละฝ่าย...ซึ่งพูดตามตรง ก็คือ เอาเค้กก้อนใหญ่มาแบ่งชิ้นกัน
ว่ากันว่า “ทักษิณ ชินวัตร” สั่งรบเต็มกำลังด้วยการสั่งการให้ “พายัพ ชินวัตร” ประธาน ส.ส.อีสาน พรรคเพื่อไทย ในฐานะคนในครอบครัว “น้องชายคนเดียว” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ทำงานนี้...โดยเน้นย้ำว่า “แพ้ไม่ได้” เด็ดขาด!
โดยเฉพาะเป็นเรื่องสำคัญที่เดิมพันด้วย “ศักดิ์ศรี” พิสูจน์หยั่งเชิงว่า ใครจะเป็น ตัวจริง ในการกุมเสียงประชาชนในพื้นที่แถบ อีสาน
หยั่งเชิง “จัดระบบ” เพื่อการ เลือกตั้งครั้งใหญ่ คราวหน้า
ไม่ใช่ธรรมดา!
เพราะมีการวางตัว แม่ทัพใหญ่ อย่าง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พานทองแท้ ชินวัตร รวมถึง แกนนำอีสาน ทุกคน
ใช้วิธีตระเวนปราศรัยใหญ่ในพื้นที่
การเตรียมความพร้อมจึงเริ่มขึ้น...เพราะนอกจาก “ภูมิใจไทย” ที่ทาง “ลูกพี่ใหญ่” ให้คำมั่นว่าจะสร้างขึ้นมาเป็น พรรคเบอร์หนึ่ง
แซงหน้าทั้ง ประชาธิปัตย์ และ เพื่อไทย
แต่ยามนี้ไม่ได้เป็นเพียง “ศึกสามเส้า” แต่กลายเป็นศึก “สี่เส้า” เนื่องด้วยการก่อตั้งพรรคเสื้อเหลืองของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ทักษิณ...อภิสิทธิ์...เนวิน และสนธิ จำใบหน้าของ 4 คนนี้กันไว้ให้แม่น!
เพราะถึงฤดูเลือกตั้ง...ประชาชนจะไม่ได้เห็นใบหน้าของบุคคลเหล่านี้ทั้งหมด เวลาต้อง “เลือกกากบาท” ในคูหา
จะเห็นก็คงเห็นแต่ใบหน้าอันหล่อเหลาของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ที่ตัวเองปลอดโปร่งโล่งสบาย...
ไม่ติดคดีและไม่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง
โดยเฉพาะว่าที่ “น้องใหม่ในสภาฯ” อย่างพันธมิตรฯ ที่หลายฝ่ายต่างแสดงความ “ยินดี” กับการจัดตั้ง “พรรคการเมือง” กันถ้วนหน้า
ทุกฟาก ทุกฝ่าย...ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มสนับสนุนหรือกลุ่มต่อต้าน
เรียกว่า...ได้รับการขานรับอย่างอบอุ่นตั้งแต่คนระดับ นายกรัฐมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ไปจนถึง สภาสูง
ด้วยเหตุผลเป็นนิมิตหมายอันดีต่อการยกระดับการเมืองไทย!
แต่จะ “ดีจริง” หรือไม่?? ประชาชนเท่านั้นที่เป็นผู้ตัดสิน
แต่ที่แปลกสุด คือ มีเสียงสนับสนุนของ กลุ่มขั้วตรงข้าม โดยเฉพาะ “จตุพร พรหมพันธุ์” แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.)
ซึ่งแสดงความเห็นต่อการตั้งพรรคพันธมิตรฯ แบบ “ผิดคาด” มิตรรักแฟนเพลง
“ผมจะไม่ทวงถามถึงคำสัตย์ที่แกนนำพันธมิตรฯ บางคน...เคยพูดไว้ว่าจะไม่รับตำแหน่งทางการเมือง เพราะเป็นหน้าที่แต่ละคนที่ต้องอธิบายกับสังคมให้ได้
ส่วนคนที่จะมาเป็นหัวหน้าพรรคเห็นว่า “สนธิ ลิ้มทองกุล” มีความเหมาะสมสุด เพราะเป็นสัญลักษณ์และเป็นเหมือนแม่เหล็กของกลุ่มพันธมิตรฯ อยู่แล้ว”
หลายคนมองปากว่าพูดไป...แต่ใจอาจไม่เจตนายินดี งานนี้ต้องย้ำว่าคำนวณไปมาแล้ว
ขณะที่...พรรคประชาธิปัตย์ถูกประเคนความ “เสียใจ” ให้ล่วงหน้า...เพราะนับจากนี้ไปถึงคราวเลือกตั้งใหม่
“ประชาธิปัตย์” ต้องเผชิญศึกใน ศึกนอกรอบด้านจากทั้งมิตรแท้–มิตรเทียม
ประเด็นนี้...เป็นเหตุที่ต้องเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ช้าก็เร็ว เพราะขนาด “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี...ยังไม่ขอออกความเห็น
เนื่องเพราะรู้อยู่แก่ใจ การตั้งพรรคพันธมิตรฯ ใครได้-ใครเสีย
เห็นภาพการเลือกตั้งครั้งหน้า...บอกเลยว่า อดเหนื่อย แทน “ประชาธิปัตย์” ไม่ได้ กับการที่ต้องแข่งขันชนิด “หืดจับ”
มองไปทางไหน...เห็นมีแต่พวกตัวใหญ่ที่แววตาน่ากลัวขู่ฟอดๆ ด้วยกันทั้งนั้น
โดยเฉพาะฐานเสียง “ประชาธิปัตย์” กับ “พันธมิตรฯ” มันคนคอเดียวกัน...ดื่มแสงโสมเหล้าไทยเหมือนกัน เหล้านอกไม่แตะ
งานนี้จึงต้องมีประเด็น “รักพี่เสียดายน้อง” รักประชาธิปัตย์แต่ก็รักพันธมิตรฯ ไม่รู้จะเลือกใคร
เพราะสิทธิแค่หนึ่งคนหนึ่งเสียงเท่านั้น!
ขณะที่ศึกอีกด้านจากมิตรแท้แต่ดันไม่เต็มร้อย...ส่งผลให้ “ภูมิใจไทย” ซึ่งโตวันโตคืน
กว่าจะถึงศึกเลือกตั้งใหม่คงกลายเป็น “พรรคใหญ่” แบบไม่ต้องอาศัยความร่วมมือกับประชาธิปัตย์
แสนยานุภาพ! ที่ส่องมา เปิดตัวถึง “พลังอำนาจ” ไม่ธรรมดา คือ การกดดันให้รัฐบาลเขี่ยรัฐมนตรีไม่ถูกใจทิ้งเก้าอี้สำเร็จ
ที่สำคัญ ยี่ห้อ “เนวิน ชิดชอบ” แกนสนับสนุนหลักพรรคภูมิใจไทย...เป็นที่เลื่องลือ
เพราะที่ผ่านมา...เพื่อความสำเร็จ “เนวิน” ถึงกับ “ตัดฉับ” บุคคลที่สนิทชิดใกล้และรักใคร่อย่างสงบเยือกเย็น
ภาพหลายพรรคการเมืองให้ความช่วยเหลือ หลายมือมือที่โอบอุ้มพรรคประชาธิปัตย์จนได้เป็นรัฐบาลอย่างง่ายดายเช่นครั้งก่อน ไม่มีให้เห็นอย่างแน่นอนในสนามเลือกตั้งครั้งหน้า!
กลับกันสถานการณ์จะมีแต่การที่ “ประชาธิปัตย์” ต้องหาทางเอาตัวรอดจากปัจจัยแข่งขันรอบด้าน
ทั้งการตัดคะแนนกันเองกับพรรคพันธมิตรฯ และพรรคร่วมที่กำลังจะกลายเป็นพรรคคู่แข่งอันน่ากลัว ขณะที่คู่แข่งหน้าเก่าอย่าง “เพื่อไทย” ก็ยังต้องออกลายสู้กันอยู่
สนามเลือกตั้งสำหรับ “ประชาธิปัตย์” จากนี้ คงไม่ใช่แค่หวังชัยชนะจากความเบื่อหน่ายขั้วอำนาจเก่า
แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องแสดงความโดดเด่น เพื่อชิงคะแนนด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆ
ณ วันนี้จึงไม่รู้ว่าระหว่างพรรคการเมืองที่ยังตามหา “หัว” ไม่ได้อย่างพรรคเพื่อไทย กับพรรคที่เริ่มได้กลิ่นหัวเน่าอย่างพรรคประชาธิปัตย์ อันไหนอาการหนักกว่ากัน
แต่ที่แน่ๆ ภูมิใจไทย กับพรรคสีเหลือง พันธมิตรฯ สู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า เอาแน่ และ เอาจริง
ไม่มีทั้งมิตรและศัตรู มีแต่ทำเพื่อ “ตัวเอง” เพื่อการก้าวขึ้นสู่ “อำนาจ”
ส่วนเพื่อไทย “ลอยตัว” นั่งบนภูจิบสุรา...เพียงชะเง้อมองมาด้านล่าง รอดูสถานการณ์ใครได้เปรียบ–เสียเปรียบ จากนั้นค่อยมุ่งตรงเข้าใส่
“ประชาธิปัตย์” ไม่ต้องพูดถึง...งานนี้ ตัวใครตัวมัน!
“ศึกสี่เส้า” ครั้งนี้...ใครจะอยู่ ใครจะไป เตรียมความพร้อมกันให้ดี...เพราะเวลานี้ประชาชนมีความพร้อม อยากให้มีการเลือกตั้งใหม่ใจจะขาดอยู่แล้ว
บอกได้เพียงว่า “กู๊ดลัค” โชคดีกันถ้วนหน้า...นะนาย!!
เนื่องจากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน บางกอกทูเดย์ ขอปิดระบบให้แสดงความคิดเห็นชั่วคราว