นับตั้งแต่รัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร” เมื่อ 19 กันยายน 2549...
เรียกได้ว่า...ออกมาสาวเรื่องราวความฉาวจนหมดไส้หมดพุง
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 37 กำลังถูกจับตามองหลังก้าวเข้าสู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.
การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 2553 ไม่มีอะไรผิดแผกแตกต่างจากโผที่ออกมาก่อนหน้าที่ที่ระบุว่า “บิ๊กตู่”พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะก้าวขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 37 ต่อจาก “พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา
เรียกเรตติ้งได้ไม่เบา สำหรับการออกมา ฮึ่ม! ให้หนังสือพิมพ์หัวสีบางฉบับที่เสนอข่าวคนเสื้อแดงไปทางที่ไม่สบอารมณ์คนใน ศอฉ.
ดูเหมือนว่าการโยกย้ายข้าราชการตั้งแต่ชั้นผู้น้อยยันชั้นผู้ใหญ่ของไทยสมัยนี้จะถูกสอดไส้ ประเภทมีฝีมือลายมือดีเลิศแต่ไร้เส้น ไร้สาย ไร้ไส้อย่าหวังได้ใหญ่ได้โต
สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองและเหตุความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับกฎหมายฉบับเดียวกัน นั้นคือ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ เรียกสั้นๆว่า “พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”
“สมัยที่ผมเป็นรมว.กลาโหม การจัดซื้อจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่มีนายหน้า ไม่มีค่าคอมมิชชั่น”
ถือเป็นหนึ่งในองค์กรที่ถูกมรสุมทางการเมืองรุมเร้ามากที่สุด สำหรับคนใน “แวดวงสีกากี” หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของประชาชน..โดยเฉพาะปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้เห็นจะเป็นการดำเนิน
ถือเป็นโรคระบาดซึ่ง “แพร่กระจาย” อย่างรวดเร็ว...สำหรับ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่2009 ชนิด A H1N1” ที่มีสารพันธุกรรมของไวรัสของคน หมู และนกผสมกัน ซึ่งมีประชาชนป่วยเป็นโรคนี้แล้วหลายราย